Ray レイ 的个人资料Mad Ray's Sp@ce*-)照片日志列表更多 工具 帮助

日志


3月11日

ความรักของฉัน - ปลง

ความรักของฉัน - ความเป็นไปไม่ได้
 
เคยนะ เคยมานานมากแล้ว ที่จู่ ๆ ก็เลือกที่จะมารัสเซีย แล้วก็เจอ "เจ้าชายในฝัน" เข้า แล้วก็รักแรกพบที่เป็นไปเองคนเดียวเลย แต่แล้วสุดท้ายก็จบอย่างอนาถ ฮ่า ๆ ฟังแล้วดูเศร้า แต่จริง ๆ แล้ว "ทุกคน" ก็น่าจะดีใจสินะที่มันเป็นแบบนี้ คงอยากให้เป็นมานานแล้วใช่ไหม?? สำหรับคนที่บังอาจเอื้อมไปรักคนไม่คู่ควร ฟังแล้วดูอนาถกว่า แต่ก็ช่างเหอะ ผ่านไป  สองปีก่า ๆ เกือบ ๆ สามปีแล้วสินะ เฮ้อออ....นี่คือ ความรักสินะ?? ที่สุดท้ายก็คงต้องแกล้งลืมมันไป ลืมไปว่าเคยรู้สึกยังไงทั้งต่อหน้าเค้า และลับหลังเค้า ก็เพราะว่ารักเค้าไม่ได้ และเค้าก็ไม่รักยังไงล่ะ
 
ความรักของฉัน - ไม่มีตัวตน
 
ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ก็บอกไปว่ารู้สึกยังไง ส่งข้อความไปหาาาา....แต่ก็เหมือนทำอะไรสักอย่างที่ปล่อยให้ตังค์หมดไป โดยไร้ค่า....ไม่รู้ว่าอ่านหรือเปล่า?? ไม่รู้ว่าเข้าใจหรือเปล่า?? แต่ที่แน่ ๆ ไม่เคยตอบกลับมาาาา......แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราจะทำอะไรได้มากกว่านี้จริงไหม?? จะถามก็ไม่ได้ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะถามได้.....ไม่ใช่เพื่อนซี้ เพื่อนรัก เพื่อนที่ใช้ภาษาพ่อ ภาษาแม่เดียวกัน แต่ถึงงั้นก็คงยากกว่าสินะ คิดว่ามันเป็นแบบนี้ดีแล้ว.....อยู่ต่อหน้าก็ต้องนิ่งเฉย กลายเป็นคนเงียบ เพราะไม่รู้จะทำอะไร ในเมื่อมีปัญหาหัวใจ ที่ไม่มีวันได้รับการแก้ไข กลายเป็นคนสันโดษ อยากอยู่คนเดียวเพราะอยากคิด อยากทำอะไร ที่จะทำให้ลืม ๆ ไปซะที กลายเป็นคนบ้า กลายเป็นคนโดดเดี่ยว ที่ไร้สาระไปวัน ๆ กลายเป็นคนโดนทิ้ง กลายเป็นคนที่ทุกคนซ้ำเติม และสุดท้ายก็ กลายเป็นคนที่ ทุกคน "รังเกียจ" สินะ
 
ความรักของฉัน - จุดอ่อน
 
ไม่ใช่ว่าไม่เข็ดนะ หลาบจำเลยแหละ แต่ทุกคนซ้ำเติมเราทุก ๆ วิถีทาง สินะ ในตอนนั้น หมาจนตรอกจริง ๆ ถ้าไม่มีเพื่อนสนิท "ที่อยู่ที่ไทย (ต้องขอบคุณ นุ่น ทิว มากมาย)" กับ "พลอย ทเวียร์" แค่พวกนี้เท่านั้น ที่จะช่วยพูดปลอบใจเราจริง ๆ นอกนั้นเหรอ?? อย่าคิดว่าไม่รู้นะ ว่าคงจะหัวเราะ เยาะเย้ย สมน้ำหน้า ต่อหน้าก็ไม่มีใครสนใจ ลับหลังคงพูดไรกันเยอะแยะสินะ?? หึ ๆ แม้กระทั่งคน ๆ นั้นเอง ก็ดูท่าจะสนุกมากขึ้นด้วยซ้ำ เห็นหน้าตามีความสุข เริงร่า ขนาดที่เราร้องไห้แทบเป็นแทบตาย เหอะ ๆ มีความสุขกันมากสินะ?? งั้นเราก็คงต้องดีใจที่ร้องไห้ อย่างเจ็บปวด ทรมาน เพื่อให้ทุกคนมีความสุข ใช่ไหม?? แล้วยังไม่พอคน ๆ นั้นเค้ารู้ตั้งนานแล้วนะว่าเราคิดยังไง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน ไม่เคยบอก รอมาจนถึงวันนี้ ไม่ใช่รอคำว่ารัก แต่รอ คำว่า "ขอโทษ" กับ "ไม่รัก" มันพูดยากนักเหรอ?? แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เค้าปล่อยให้เรารู้สึกอย่างงี้กับเค้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ใช้ความรู้สึกดี ๆ ที่เรามีให้ ทำร้ายเราในทุกวิถีทาง เค้าอาจไม่ตั้งใจ แต่เราเจ็บมากกกก..... หึ ๆ แต่ตอนนี้คงไม่มีอีกแล้ววว.....
 
ความรักของฉัน - เพ้อฝัน
 
เคยคิดนะ ว่าาา....อยากทำอะไรให้เค้าบ้าง ไม่ใช่ท่าแต่นิ่ง ๆ เฉย ๆ เงียบ ๆ แต่พอคิดที่จะทำ ก็เหมือนกับว่า ฝ่ายตรงข้ามไม่อยากจะรับเท่าไร ก็เลยไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น อะไรที่ดี ๆ ก็ทำให้ได้ ก็ทำไปหมดแล้ว แต่ยังไงก็คงแสดงว่าชอบออกไปไม่ได้ใช่ไหม?? แสดงออกแบบตรง ๆ รู้นะ ว่าทุกคนรู้ว่าเราชอบเขา แต่ก็นะ ก็ไม่ได้หวังอะไรมากมาย ขอแบบอยู่อย่างสงบ ขอให้ได้แค่มอง ให้ได้รักก็พอ เพราะรู้ว่าไม่คู่ควร ไม่ใช่ไม่รู้ตัว รู้ตัวว่าเล่นของสูงตั้งแต่เห็นหน้า แต่ว่าเรื่องแบบนี้มันก็ห้ามกันไม่ได้หรอก แต่เราก็ควบคุมตัวเองได้ดีมากกกนะ.....แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายทุกคนก็รู้ เราก็โดนซ้ำเติมอยู่ดี
 
ความรักของฉัน - ไม่มีค่า
 
ใช่สินะ ความรักของฉันที่ให้เธอไปมันไม่เคยมีค่าเลย ทุกคนเห็นมันเป็นเรื่องสนุก เห็นเราเป็นตัวตลก เพราะรัก ผช.คนนึง หึ ๆ แล้วเรานิ่งอยู่ได้ยังไง?? เราผ่านมันมาได้ยังไง?? เรายังงง ๆ อยู่ แต่ก็ต้องขอบคุณความเงียบนิ่งของเราในตอนนั้นนะ เราเฉยชามากมายยย....แต่ก็ดีแล้ว มันเหมือนเป็นโล่ แต่จริง ๆ แล้วมันแค่ภายนอก ใครจะรู้ว่าเราเจ็บแค่ไหน?? เจ็บจนต้องไปร้องไห้คนเดียว แล้วก็แกล้งทำเป็นลืม ๆ คนทุกคนก็มีหัวใจเหมือนกันหมดแหละ เพียงแต่คนบางคนเลือกที่ศึกษาเข้าใจเรา เห็นใจ ให้อภัย แต่บางคนก็ไม่สนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง บางคนก็ไม่สนใจเพราะดูแค่ภายนอก บางคนก็ว่าตลกนักหนา เหอะ ๆ ไว้เป็นเองแล้วจะรู้ว่า รสชาติมันเป็นยังไง มันเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะหน้าตาดี ป๊อบปูล่าร์ สวย รวย เก๋ เด่น ไฮโซ คนธรรมดาหรือแม้กระทั่ง ผญ. ที่ไม่มีอะไรดีเลย อย่างเรา มันคือความจริง
 
ความรักของฉัน - ความทรงจำอันเลวร้าย
 
ที่จริง ๆ แล้วการรักใครข้างเดียวมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ มันเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ที่ได้รักคน ๆ นึง ถ้าคน ๆ นั้น สมควรที่จะได้รับรักที่เราให้ และคน ๆ นั้นต้องไม่ทำร้ายเรา ไม่ว่าจะทางตรง ทางอ้อม แต่ ผช. คนนี้ยอมรับว่าทำร้ายเราไว้มากมายจริง ๆ ในความรู้สึกเรา เค้าเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่จริง ๆ แล้ว อืมมม.....อาจจะดีใจนะที่ได้รู้จัก แต่ก็อยากจะพูดเหมือนกันว่า โชคร้าย และเสียใจเหลือเกินที่ต้องมารู้จักเมิง อย่างน้อยก่อนอื่นช่วยพูดให้เข้าใจด้วย ว่าไม่ได้ชอบ ไม่ได้คิดเหมือนกับเธอ หรืออะไรก็ตามแต่ ว่าแต่ทำไมเราไม่ถาม?? เราจะบอกซ้ำ ๆ อีกเช่นเคยว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะถาม เราส่งข้อความไป ช่วยตอบกลับมาสักนิดว่า ไม่ได้ชอบ รำคานหรืออะไรก็ได้ จะได้เลิกยุ่ง จะได้เลิกคิด อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาทำเป็นสงสารทำดีด้วยขนาดนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งมองว่าฉันจะทำอะไร ฉันจะเป็นยังไง จะตายยังไง รู้ว่าสงสาร แต่สุดท้าย ท้ายที่สุดก็ไม่สนใจ แถมคิดว่ามันตลกอีก เฮฮา หน้าบาน ยิ้ม มีความสุข กูร้องไห้?? เข้าใจยัง สะใจกันละสิ เหอะ ๆ ต่อ ๆ จะบอกว่า ขอร้องให้เก็บมันเอาไว้เลย ไม่ได้ต้องการเลย ต้องการแค่คำว่าไม่รัก!!! คำเดียวสั้น ๆ จบ พอใจไหม?? แต่ก็ยังทำร้ายกูอยู่นั่นแหละ เหอะ ๆ แผลในใจมันลบล้างกันง่าย ๆ ที่ไหน?? ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่เลือกไปรัสเซียแม้แต่นิดเดียว ก็ใช่ว่าเลือกมาแล้วมีความสุข
 
ความรักของฉัน - สำหรับเธอแล้วจะไม่มีเป็นครั้งที่สอง
 
อยากเจอเหรอ?? คิดว่าเชื่อป๊ะ?? ไร้สาระสิ้นดี ไม่ต้องส่งข้อความมาก็ได้ ถ้าไม่อยากเจอ ไม่เสียมารยาทสักนิด ไงก็ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว ทำเหมือนเป็นเพื่อนรัก เพื่อนซี้ ช่วยรู้ด้วย ว่าทำอะไรให้คนเค้าขยาดหรือเปล่า?? ยิ้มแย้ม ร่าเริง แฮปปี้ตอนกูร้องไห้ จำไปจนวันตายค่ะ นี่คือคนที่กูชอบ ก็คิดดูเอาละกัน เหอะ ๆ แล้วคิดว่าน้ำหน้าอย่างเรา อยากสะเออะไปเจอเจ้าชายในฝันของใครอีกหลายคนที่เคยร้องไห้จนเจียนตายเหรอไง?? ฝันไปเถอะ ชาตินี้ชาติหน้าชาติไหน ฉันจะไม่ไปเจอมันเด็ดขาด ประเทศแรกในยุโรปที่ไม่คิดจะไปเหยียบเลยคือ สวิสเซอร์แลนด์!! ต่อให้รวยล้นฟ้า เพื่อนมีผัว แล้วไปแต่งงานที่นั่น หรือ มีผัวเป็นคนที่นั้น ยังไงก็ไม่ไปเที่ยว ไม่ไปอยู่เด็ดขาดดดด.....ถึงจะไปก็ไม่บอกมัน เรื่องไรต้องบอก ทำเหมือนบอกแล้วมันจะมา ต่อให้มาไม่มาเราก็ไม่สนใจ เหอะ ๆ แล้วอีกอย่าง ส่งข้อความมาซะดิบดี ช่วยรู้ด้วยว่า กูคงไม่ไปหาเมิงอ่า ไกลชิหายยย และถึงต่อให้ใกล้ ก็ไม่ไปอ่า เสียเวลา ได้ข่าวว่ามาเรียน ไม่ได้มาตามหาผัว(ที่เคยอยากให้เป็น) ทำเปนพลิกฟ้ามาเจอรัก ฮ่า ๆ ไร้สาระ เราไม่สนใจหรอกนะ ที่จริงระยะทางมันไม่สำคันหรอก เราจะบอกว่า ทำไมเราจะไปหาเค้าไม่ได้?? เหอะ ๆ แต่นะ เราใช้เหตุผลมากกว่า คือ "ไปแล้วเราได้อะไร??" ได้ร้องไห้อีกอ่าสิ เหอะ ๆ ความทรงจำเก่า ๆ ยิ่งตอกย้ำอีกตะหาก ไม่มีประโยชน์ เปลืองตังค์ เสียเที่ยว เราเสียมากกว่าได้ทั้งนั้น ไม่ยอมหรอก สำหรับคนที่เคยทำให้เราเจ็บปวด....และอีกอย่างก้อไม่เคยคิดว่าเค้าจะมาหาอยู่แล้ว อันนั้นเป็นไปได้ยากกว่าฉันไปหาเค้านะ เพราะฉะนั้นก็เลยอวยพร ไป Have a nice trip!! เหอะ ๆ จบข่าววว....แต่ก้อนะ ถ้าล้างสมองได้ หรือย้อนเวลาได้ ทุกอย่างจะไม่เป็นงี้อีก ถือว่าเราหมดเวรหมดกรรมกับเค้าแล้วนะ คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ววว.........
 
2月23日

3 Familiar words and the difference between hard and harder

Tired…I’m so tired of being in this way…

Disappointed…This word is most familiar…

Lost…It’s lost…I’m lost and there’s nothing…

 

……….Life is going on……..

How could I pass those suffering days??

They’re all passed but they still left infinite scars in my mind…

How could I belong in this way??

Disappointment, Exhaustion and Losing….

How can I completely forget these things??

Til’ today I cannot find actually proper answer for this question.

How can I definite these feelings??

Still can’t find answer….

Just still waited, wait, waiting….will wait but what for??

 

……For the unanswered questions……

 

Loving someone is so hard...but it's harder to forget that one...

Saying someone how you feel in love with him/her is hard...so is it harder to tell that you don' love him/her??

Looking through your eyes is hard...but it is still harder to forget yours....

Dream prince seems hard to find...so it's harder to fall in love and stay with him in peace the rest of life....

Understanding what you think is hard....but it's harder to understand what you do

If loving you is so hard....you love me is so harder!!!

If seeing you again is so hard...so seeing me again is harder!!

If seeking for no destiny nor fate is hard....seeking yourself is harder.......

 

....Hard and Harder is not different...

The difference is what i make............

I made the differences between hard and harder....

for the things that i'll not understand forever........

 

 

 

 

 

 

1月29日

19.40: 45 Minutes to Interview yourself

My name is Rawiporn   Jarapat, so my nickname is Som or Ray......Before this I'd an old name: Sakulapat (It means "family Jarapat" cuz I'm the first baby in Jarapat and the word Sakul means Family)  but my aunt told it seems like boy's name then my mom changed to Rawiporn...

My motto should be “Everyman is the Architect of his own fortune….”  Haa…haa sometimes it’s not true cuz we cannot destine all our entire life by ourselves, however I think we can choose our own way;  the path to walk and the headlight that leads us home!!

My highest dream is “Graduating BA, MA and PhD in Architecture [B.Arch, M.Arch and PhD]” or may be just only B.Arch and M.Arch as much as I can and after graduating I wish for a nice job and environment…..but importantly I wish for wasting no time and losing no way ever again…..

The Kinds of importance in my Life is Family, studying & working, best friends, computer, and computer graphic (CG), Architectures, Free times & Holidays and Living in peace…..

Purpose of my life is being the Great Architect….I hope not for walking in wrong decision again!!

The worst in my life is 1. being AFS student…Exchange student, Sounds good…So for me it’s just wasting time…it’s an activity for children not student….and can say that my last year lost with feelings…What experiences had I got if I came back to my country and forgot them at all cuz I had gotta continue my daily life that I’d ever done? One year was just a dream that should not happen in one’s life….might be non-sensible for me….sooo…..1, 2, 3 or many years have passed I’ll be thinking in this way!!  Really sorry that I’ve gotta say that people cannot stop other’s opinion!!  2. Loving someone, who was not worth for….Have you ever told someone that you love him/her? ....Falling in love with anyone is so beautiful....Telling that one how you feel in love with him is great....but for me it was so contrast!! I’ll not do these stupid things with someone who’s not worth for again!! Why wasn't worth for?? Let's see!!....Trying to think that It’d never begun, forget all just the good feelings (I mean only bad feelings will be left, it roots tortured experience down on my mind til today, reminds me scars and leads me not doing this way again!!) , soo….I dun know what I should say about this now…. Damn Regret??!!!….Ummm....that is I should gotta say right now…Hope not to see you again my sweet nightmare!! I’ve been thinking about that night (May be you don't remember)...., he completely cruelly torn my heart away…..Exactly he didn't even care about these....my feelings, my tears....also could say these'd never been done...soo….and I remember that he was so very very happy after I cried all nite!! I remember well!! And now I just wanna tell him again if I have a chance…"Dun be proud of your bullshit pretty face, pretty but so VAIN!! I’m the one of those stupid girls, whom were enchanted by your faked material…!!!" Sorry for that ha...Ha…it’s unavoidable!! Seeing me again is not a good choice Babe!  Want you to know!!! (Did you think you led me to believe that you really wanted to see me anyway?? Ha??) Woooo.......Bury in ur head!! Shame on me!!

The best thing in my life is exactly clear when I fulfill my dreams….

What would I like to say now is….Whatever I’d done in the past…It’s over!! Whatever will happen in the future it will not happen yet, so I’m leading to my dreams, I left all the things in my past, I will not care all the things in my future….I’m  just only living for today and there’ll be only the fate can stop me….!!

 

1月17日

The impact of Reason

 

“Bounding to the future!!!! The bright future is waiting for me!!!” (Really)

           

Okay!!! I have nothing to say anymore. Today is such a beautiful day!! May be!!!! 55555++ I just woke up despite this is about 12.16 o’clock. Ummm…Now I realize I’ll do the best thing for my life!!! For many reason 555+++But for main reason is now I adore engineering students from KASETSART University  so much 55555+++ I know why, cuz on the last Thursday I went to KASETSART University, it had an Open house!!! (For students who wanted to know more about university and faculties or departments.) I went there with students in my class about 10 people!!! 55555++ Before we’d back to our home. It might be almost 15.00 o’clock. We went to Faculty of Science…but before, we passed Faculty of Engineer!!! OH MY GODDD….!!!!! ……A LOT OF ENGINEERING STUDENTS (Only boys cuz this faculty a lot of boys study!!!)……They sat in front of their faculty and I COULD PROMISE NOBODY WHO SAT IN FRONT OF THEIR FACULTY WAS NOT SO VERY VERY BEAUTIFUL!!!! At that time I couldn’t stand anymore….I screamed a lot with my 2-3 younger friends!! “Ahhhh...!!! Oh my god!! What the fuck with them they’re so very very very beautiful!!! I’m the first one who saw all of them 5555++ And I said Hey Hey!!! I would get off the bus nowww…..Some of them said Hey P’ SOM calm down calm down!!!! 55555555555++++ WANNA SCREAM ANYMORE!!!! BUT you know?? We screamed a lot until "All of engineering students" turned back to look at our car cuz of our CRAZY SOUND!!! 55555+++ We were so shy but it was so worthy to see all of them!!!! 55555+++ ^ ^

 

My friend studies there!!! He never said to me that there are a lot of beautiful boys like this!! He said only his friend is so very beautiful and showed his photo to me!!! He said that Engineering students (boys) like Architectural students (girls) 5555+++ Then I decided to study at KASETSART University!!! 55555++ Nooo…!!! Just kidding!!! 555++ I’d still like to study at the same place that I wanted that is SILPAKORN University even though I missed a chance for direct admission examination of Faculty of Architecture!!! Then I’m waiting for National education test for University again!!! I’m reading a lot of books!!!! I just want to draw and sketch picture but I don’t have a time!!! T_T

 

ADORING ENGINEERING STUDENTS TOO MUCH!!! Actually, for a long time cuz they’re very good in Mathematics and physics ( I promise more than me) and they’ll work with Architect 5555++ especially Civil Engineer!!!!!! 5555555555555++++ but when I went to KU!!! Oh My Godd!! I know the place that when I’ve a leisure time where I go!!! I’ll go to find my friend!!! 55555+++

 

Woowww……And now I’ve many things to do like everyday in this moment. Doing chemistry project and Reading all books about Social lessons, Thai lessons and “MATHEMATICS” It’s such a very big problem!!!

I finished reading Science already. That’s so good for me!!! You know before I read this…and after I read were so different!!! Before reading I was very stupid cuz I forgot all of it 5555++ when teacher asked about it, I could not answer!!! 55555+++ but after I read I think I understand more cuz I can understand what teacher asked and said to me!! Now I realize, this is such a strong point for reading books!!!! 5555++ Then in this moment I read it a lot!!! For ADDMISSION SYSTEM (university’s examination). We’ve Original national education test in next 44 days. (Ahhh!!!! I’ve 2 big subjects left) And Advance national education test in next 51 days!!! (A lot of things that I’ve to practice 5555+++ I’ll die now)

           

            For this reason that’s why I can realize and it makes my life better!!!! This is the impact of Reason!!! 5555+++ I have to chase my future not my past!!! Nothing's last forever….About the bad things and non-sensible story or thing or person!! I forgot all!!! There is nothing to think about them at all.

           

            "If love is such a beautiful thing, we can use this love to be your inspiration and bring about your successful dreams; whereas, if love is such a poison, don’t let this to harm you at all! You have to get it away!!! Cuz it never makes you feel better and this is not your inspiration but it’ll be such a barrier….or DEVIL!!!!!  Nobody wants to let the DEVIL come through your heart!!!! (This could be anytime when you feel down.)"

1月15日

Brushing aces…Leaving black and gray!!!

              First of all…I’d like to tell about all my life nowww….after I haven’t updated this space for a long timeeeee……..(May be I just quite a bit forget it already 555++)

About my life in school is so normal( I mean it’s just boring like everyday….but we’ve only 1 month left in the school…That’s gonna be great for me!!! 555++) And now we’re waiting for the result of middle examinational term that we got the test….I just knew only I got 15/20 marks for Biology; it was a little bad for me…And also chemistry I got 15/20 marks….It was a bit okay…but I still thinking that I might do it better!!!! And ummm….Our most important thing for us the 12th class students is

 

STUDYING IN UNIVERSITY&FACULTY WHICH WE WANT!!!!

 

Now I’d say I’m the one of them….Actually I should have been since last year!!! I can say that it’s bad for me…cuz I missed my almost important thing in my school life!!!

 

  1. I MISSED FINISHING THE 12TH CLASS WITH ALL MY FRIENDS!!! We studied with each other as longest 8 years some of them 12 years and even though some of them I’ve just known for 2-3 years but it has been such a good time to know them….but I missed finishing last year school with them at all.

 

  1. I MISSED BEING THE LAST YEAR HIGH SCHOOL STUDENT FOR 1 YEAR!!! All they’d gotta do and think….It’s not to bad too much cuz this year I’m doing all the things that my friend did last year!!! While I just wasted my time in RUSSIA!!!! I got nothing from there I can say except A little language, A little of friends and A little experience….WHAT WAS AFS EXPERIENCE HELP ME??? I can say NOTHING!!! When I backed from Russia, AFS Thailand gave all the students and also me that we finished our missions in Russia even studying, language and living there. But WHEN I GAVE IT TO UNIVERSITY THAT I WANT TO STUDY!!! THEY DID NOT CONSIDER ME AT ALL BECAUSE I HAVE A LITTLE OF MARKS FOR 5 SEMESTERS IN SCHOOL!!!! Some of them said that NO IT’S NOT A LITTLE, its okay for student who studies in Mathematics and Science program in high school!!! …..EXPERIENCE??? WHAT IS IT??

 

  1. I LOST ALMOST EVERYTHING AND I GOT NOTHING BACK!!! WHAT WAS I LOST???? I should say EVERYTHING…..Yes I GOT NOTHING BACK FROM THERE!!! T H I S   I S   M Y   L I F E ? ? ?  Hmm!!

 

My feeling for now is so bad!!! Today is just the bad day!!! I think everyone should have bad days. It’s so common…But for me I have bad day everyday!!! Hmmm!!! Ahh!!! About one thing I just wanna say “HATE” is a strong word……………But………“I REALLY REALLY REALLY DON’T LIKE YOU”!!!!

      I don’t have even good memories about you!!! Actually it has been so long about this non-sensible story…..How many time that I have been felt the hell like this??? THIS MUST STOP!!!! THIS WILL BE THE LAST TIME THAT I WOULD SAY AND FEEL LIKE THIS!!!! I know all everything…The more I know, the more I don’t care….IT’S NON-SENSE!!! My everyday life is too much for me to feel pain!!! So why?? Why do I feel the pain even more and more??? If you read this I hope you will understand me….I LEAVE YOU FOREVER!!!! What you do think about me I know all!!! And I don’t feel in that way anymore.

I know…I know you don’t feel in the way like I ever felt about you!!! I KNOW!!! And it’s too late for me to care!!! I don’t care!!! I should say!!! So don’t you think that there is a chance for us to see each-other again!!! I can say!!! I know you think like me; you just never want to see me again!! 5555++ So do me!!!! Okay!!! This will be the last time that I say about you!!!!!!

 

YOU ARE NOT MY BREATH THAT WHEN I LOSE I WILL DIE, IF YOU CAN BE MY BREATH; I PROMISE I COULD BE….BRAD PITT’S…..BREATH.

 

YOU ARE NOT EVERYTHING THAT MEANS TO ME.

 

YOU ARE WORTHLESS FOR ME, YOUR BEAUTY, YOUR PRETTY, AND YOUR GRACE ARE SO VEIN FOR ME AS MUCH AS YOU ARE!!!!

 

 THEY ARE ALL NEVER IMPORTANT FOR ME CUZ I KNEW THAT I NEVER MEAN A THING TO YOU AT ALL!!!!

 

NOW YOU KNOW ABOUT OUR SUMMATION;

YOU DON’T LIKE ME 5555+++ ALL PEOPLE IN THE WORLD KNOW THIS.

 

I DON’T LIKE YOU 5555++ MAY BE MORE THAN DON’T LIKE. I promise “HATE” is a strong word that I don’t want to say now but one day I’LL SAY THIS SOON!!!! NOW I’D SAY I DON’T CARE YOU ANY AT ALL!!! I’M STUPID 55555++ BUT I DON’T WANT TO BE STUPID MORE!!! THANK YOU FOR MAKE ME FEEL BETTER!!! NOTHING TO YOU AND NOTHING TO ME!!!!!!!!!!!!!!!!! EVERYTHING I DID…I’LL AMEND NOW THAT WAS NOT ME!!!!! MY STUPID DID IT!!!!...........

 

Finally!!! YOU WILL NOT SEE ME AGAIN IN EITHER THIS WORLD OR NEXT WORLD!!!! I’LL NOT SEE YOU!!!! Cuz I know you don’t want to see me. THEN YOU WILL NOT SEE ME FOREVER!!!!

 

THE PLACE WHERE I LIVE IS WITHOUT YOU FROM NOW AND THE PLACE WHERE YOU LIVE, WHERE YOU WERE WILL BE WITHOUT ME FOREVER!!!!

 

I can say!!! And I will not say good bye to you cuz it’s worthless for me to say that good word to an unworthy person!!!! I will think that we never know each other…you know actually I forgot all of you for a long time….I mean good things that you did. (I think it so very extremely super little 5555++) Also bad things that you did are in my scars 5555+++ but today it’s so bright day cuz I will forget all!!! I should say!!!

 

 IF YOU WANT TO DO WHATEVER YOU WANT, LET DO IT….THERE’S NO REASON TO ANNOUNCE TO EVERYBODY IN THE WORLD THAT YOU…blah blah blah…FOR NOTHING!!!! YOU KNOW I HURT FOR A LONG TIME SINCE I KNEW YOU; MY BEST FRIENDS WERE ONLY THE LONELINESS, THE PAIN AND TEARS!!! YOU DON’T CARE ME BEFORE, I DON’T CARE YOU LATER!!!!

 

IT’S SO GOOD FOR ME!!! THIS IS MY HAPPY ENDING!!!!

 

AND IF YOU THINK I'M THINKING OF YOUR VALUE HERE, YOU'RE THE ONE WHO IS LOSING CONTROL!!!!!

10月28日

**About Myself Part II : The Despaired Wave**

I believe that everyone has their own dreams. Some of them could fulfil their dreams and some of them…….that one will be becoming soon “Me”.

 

“Emptiness is a balance in my space; Architect is a unity of all emptiness for me”

 

It was all started with one dream, one hope and one way. I’ve been expecting for enter to one university when I’m 14 years old. Now I’m 18 years old. I lost one year in Russia. And I never thought that there will be a chance for me to lose another year. I can’t accept with it. I may never ever get that chance, but I have to find another place for studying new. There are 2 Universities: One is The King Mongkut’s university of technology Thonburi and two is the king Mongkut’s institute of technology Lardkrabang. For the two is also the same. I have no idea that I can enter there by a competition with more than 500 students without Professional skills and the high marks in school exams that I have never got!!!!!  And the number one from the above I got Quota from that university: Quota for Good student. (May be) In fact, my marks in school exams are not very good like the others esp. in Science and Math!!!! But I got it because they send to the students in the school who have top ten marks in the 12th class. That was not me but just only a little people who were interested about it. Then they asked us for interviewing test. I don’t know the result now…………

 

“The contrast makes no repetition, but contrast is lost in my emptiness”

 

The way to be an Architect begins to become far away from me; First just only a little and then becomes less and less and less……I’m waiting for the least……I’ve known since when I did the Architectural test for my most expected University, SILPAKORN, Four years for all my expectation and inspiration. Those days will come find me soon!!! I know my limit.

 

            “My life is now such an empty space, Hard to breathe without all the dreams, hopes and inspiration”  

 

It seems like nothing now……..I felt nothing……I’m sick and tired of them all. I try not to think about it as much as I can but worthless because when I feel my dream is breaking down in front of me. I feel sad. I hurt. And all I just want only one thing that is

 

“APPLYING TO THE MOST EXPECTED UNIVERSITY OF ME BY ONLY DIRECT EXAMS OF QUOTA”

 

I just expected for:

  1. Be good girl and student.
  2. Entering to the most expected university of me and for only studying in Architectural program.
  3. Graduation in Bachelor and Master Degree from the university in Architectural program with good Marks. (B.Arch and M.Arch)
  4. Applying for good jobs.

 

But…………..They become just fading awayyyy from me now………..

9月10日

...Funeral For A Friend Live In Bangkok 09-09-07...*

Ahhh.......JUST WANNA SCREAM!!!!!! Well, First of all, I never thought before that there was a chance for me to see their faces on their Fantastic show, I meant FUNERAL FOR A FRIEND, The UK Rock Band. (Actually, they're from Wales) Hey! According to me, I love them about 2 more years. Their songs always have qualities espectially in sounds, musics and lyrics. Finally, Heaven was right beside me there was that chance........When I knew that there would be a concert on the 9th Sep 07, I decided just one thing in my opinion at that time, was "I'M GONNA GO VERY SURELY!!!!". Then I'd just counted down it since 5 days before this concert would happen. I ordered a ticket from WWW (www.thaiticketmaster.com) The price was about 1000 baht and 10 baht for service. And on the last wednesday I went to recieve the ticket from Thaiticket Office. hahaha I LOVE THEM TO MUCH FUNERAL FOR A FRIEND.
 
About Concert Yesterday, That was a very deadly best time in my life I JUST WANT TO SCREAM SO LOUDLY OVER AND OVER, AGAIN AND AGAIN........................Ahhhhhhhhh!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! I'd rather say that I LOVE THEM TO MUCH!!!!!!!!!!!! They played (As much as I remembered) 1. Into Oblivion (Ununion) 2. Juneau 3. Great Wide Open 4. It's All the rage 5. Walk Away 6. The Sweetest Wave 7. History 8. The End Of Nothing 9. This Year's Most Open Heartbreath 10. She drove me to Daytime TV 11. Escape Artist Never Die 12. Bullet Theory 13. Roses For the Dead 14. Out Of Reach 15. Raise The Sail And The last one was My Last Song Forever "STREET CAR" (Actually, this song was played before the concert would end).........Yeahhhhhhhh.........Yesterday I was so very really HAPPY cuz....cuz............................................................................
 
"I TOUCH HIS HAND". I touch Matthew Davies, A vocalist who's my brother (hahaha just kiddin!). Cuz he took his hand for his fans and I stood at the right nearest to a stage then I could touch his hand!!!!! Yes, in the middle of his hand.....I touch for about 5-6 seconds...........And then He a little left his hand from us but My hand was in the middle then seem like he just touch only my hand!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
I JUST WANNA SCREAMMMMMMMMMMM.......AGAIN.........Hey!!!! Anyway, you know one thing, At that time I nearly cried OH MY GOD!!!!!! Can ya imagine??? If you were me, how you can be impressed about this situation...........................But just only this cuz we couldn't take photos with them....It's too bad....and I took photos on the stage by mobile phone....Cuz we couldn't bring a camera in the concert...................But I understand why!!!!! So, It's bad for us but we'd to understand an artist who pays attention to play on the stage and how you can imagine there're alotta flash from photo camera.....It's not good for them and for us too...........So, They said that they'll come to Thailand again!!!! Okay, I just wanna scream and say back that I'll wait you and If ya come here I'M GONNA GO TO SEE YOU AGAIN MY BROTHER, MATT DAVIES AND OTHERS IN FFAF BAND!!!!!!!  LOVE YA GUYS TOO MUCH!!!!!!!!! 
9月5日

The Timetable & About Myself Part I

  ***ABOUT MYSELF PART I

  My name is Rawiporn (It means the blessing from the Sun), my surname is Jarapat. However, my real nick name is Som (It means an Orange) [but also Ray is my cyber name]. I was born in Thailand on the 26th July 1989. Well, now I’m 18 years old. In fact in this year I have to study the 1st year in University that means I have to be a freshy in faculty of Architecture at Silpakorn University, whereas everything was changed into a wrong way. Since I had got to start to do AFS papers test to be an exchange student under AFS intercultural program, I did it as much as I could at that time and exactly I passed that paper test. After I knew I pass that test, AFS called those students who passed it to interview. I did it not so well. Because at that time I lost my self-confidence that is why I was just a second man who seemed like pass that interview, anyway sometimes it seemed like I didn’t pass it. Then I had to choose new country because at first I chose Germany, Italy and New Zealand but unfortunately, at that time I didn’t have ability enough to get one of them. Then I had to wait and chose new country that was Russia. My reason at that time was Russian government had had 40 scholarships for Thai Students in each year for studying there. Then I think it was a good chance to study abroad by scholarship and if I wanted to go to study there I had to understand their language. These were all my reasons. But it might be I chose the wrong way. I don’t know now. The main idea why I think like this is just I lost one year. I don’t want to repeat the class. I want to study as I should do in fact. Exactly, it’s not in this way. I can’t except I lost one year and

“I NEVER THINK I’M HAPPY TO GO THERE FOR LOSEING ONE YEAR AND ANY CHANCE TO STUDY THE FIRST IN A GOOD UNIVERSITY LIKE SILPAKORN UNIVERSITY.”

Sometimes I just want to cry and scream. And I ask myself why everybody has a better chance than me. I’m not a good student. I’m just a normal student.

It’s too bad for me about this.

 

However, Now I’m still studying in the 12th class at school and I’m waiting for the chance and the test to study in a good university that I’d like to study. All the chance that I lost for nothing last year, I’ve to redo them. The entire wrong thing I did, I can’t turn me back to change anymore. I’ll do it the best and think that I’m in accidence for 1 year on my brain and I’ll forget every bad things, bury them in some place that I’m not belong to and I’ll bound to my way now…..The way to be an ARCHITECT!!!!

           

To be Continued…….

 

 

The Timetable 1st Sep 2007 - 1st Dec 2007  

(*** The Timetable can be proved***)

 

 

 

Month-Day-Year

 

 

Time

 

Program

 

Where

Sep-08-07

08.30-16.00

Start Free Tutions in Architectural basement

(***This program has been definited only in 8 times since 08-09-07 to 30-09-07 only on Saturday and Sunday***)

 

Thummasart University Rungsit

Sep-09-07

1.) 9.00-16.00

2.) 17.00-???

1.) Tution Architectural Basement

2.) Funeral For a Friend Concert

 

1.) Thummasart University Rungsit

2.) Baryantree (Maxx)

Ratchada Rd.

Sep-15-07

9.00-13.30

TOEFL TEST [iBT]

 

DataSearch co.Ltd  Radproew  Soi.101

Sep-24,26,28-07

8.30-15.30

Final Tests

 

School

Oct-16-07

8.00-11.30

Central Test of Understanding in Architectural basement (38)

Kasetsart University Bangkhen

 

*Oct-19-07 [Probably]

?????-?????

Interviewing Test From Quota in Faculty of Architecture

 

King's Mongkut University of Technology Thonburi (Bangmod)

Oct-20-07

13.00-16.00

CentralTest of Delination (Drawing Line) (45)

 

Kasetsart University Bangkhen 

Oct-27-07

Oct-28-07

(2 Days)

1.) 9.00-15.00

 

 

 

 

 

2.) 9.00-16.00

1.)  9.00-11.00 :

Science (05) {Espectially in Physics}

    13.00-15.00 :

English (03)

 

2.) 9.00-11.00 :

Mathematics (04)

    13.00-16.00 : Understanding in Architectural basement (38) of Silpakorn University

 

(***From those who pass these direct tests, they will be have an interview test on 17-11-07, 9.00-12.00***)

 

Coming Soon....

 

 

 

 

Wat Baworniwetwiharn school

 

9月2日

Timetable*

The Timetable between 1st Sep - 1st Dec 2007  
(*** The Timetable can be proved***)
 
 **September**
 
- Sat 08-09-07, 8.30-16.00 : Start Free Tutions in Architectural basement at Thummasart University Rungsit
(***This program has been definited only in 8 times since 08-09-07 to 30-09-07 only on Saturday and Sunday***)
 
- Sun 09-09-07, 16.00-??? : Funeral For a Friend Concert at Baryantree (Maxx)
 
- Sat  15-09-07, 9.00-13.30 : TOEFL TEST [iBT]
 
- Mon-Fri 24,28-09-07, 8.30-15.30 : Final Test at School
 
**October**
 
- Tue 16-10-07, 8.00-11.30 : Middle Test of Understanding in Architectural basement (38) at Kasetsart University Bangkhen
 
- Sat 20-10-07, 13.00-16.00 : Middle Test of Drawing Line (45) at Kasetsart University Bangkhen 
 
- Thu 19-10-07, ?????-????? : Interviewing Test From Quota in Faculty of Architecture at King's Mongkut University of Technology Thonburi
 
- Sat, Sun  27,28-10-07, 2 days : Direct Tests at Silpakorn University in Faculty of Architecture
1.) 27-10-07, 9.00-15.00 : 9.00-11.00 : Science (05) {Espectially in Physics}
                                       13.00-15.00 : English (03)
2.) 28-10-07, 9.00-16.00 : 9.00-11.00 : Mathematics (04)
                                      13.00-16.00 : Understanding in Architectural basement (38) of Silpakorn University
(***From those who pass these direct tests, they will be have an interview test on 17-11-07, 9.00-12.00***)
 
 
Coming Soon....
 
 
 
 
 
8月25日

The Last Song Forever (25/08/07)

TITLE : Street Car
ARTIST : Funeral For A Friend
ALBUM : Hours [2005]
 
Dial Phone: HELLO! (สวัสดีค่ะ)
 
"When there's the rub, we can talk for a while (เมื่อมีอุปสรรค เราสามารถคุยกันได้เพียงชั่วขณะ)
But I have sweet nothings to say (แต่ฉันไม่มีคำพูดดี ๆ ที่จะพูดหรอก)

You don't want me anyway, you don't want me anyway
(เธอไม่ต้องการฉันแล้วนิ,เธอไม่ต้องการฉันแล้วนิ)
So why, why should I stay? (แล้วทำไม, ทำไมฉันต้องอยู่ต่อไปล่ะ?)

So goodbye to you and your life (จึงต้องบอกลาเธอและชีวิตของเธอ)
Your new best friends, your confidence (เพื่อน ๆ ใหม่ของเธอ, คนที่เธอสามารถไว้ใจได้)
And I'll be here when you get home (และฉันจะอยู่ตรงนี้เมื่อเธอได้ที่พึ่งพิง)

Sitting halfway, away from nowhere (จมอยู่ในความสับสน, ไม่ได้ห่างไปจากที่ไหน)
Praying for our lips to touch (เฝ้าภาวนาขอให้เราได้เจอกันอีกครั้ง)
Holding myself for a second (อยู่กับตัวเองชั่ววินาทีหนึ่ง)
Just to catch you smile on this line (จะได้ทำให้เธอยิ้มได้ ณ สายนี้ (คุยโทรศัพท์))

So goodbye to you and your life (Two months, eight weeks)
((จึงต้องขอลาเธอและชีวิตของเธอ)(2 เดือน, 8 สัปดาห์)) (ก็คือวันนี้นั่นเอง 25 ส.ค.50)
Your new best friends, your confidence (turn my hours into days)
(เพื่อนใหม่ ๆ ของเธอ, คนที่เธอไว้ใจได้(เปลี่ยนชั่วโมงของฉันมาเป็นวัน))
And I'll be here when you get home (when you get home)
(และฉันจะอยู่ที่นี่เมื่อเธอใด้ที่พึ่งพิง)(เมื่อเธอได้ที่พึ่งพิง))

 I can't feel the same about you anymore (ฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนเธอได้อีกต่อไป)
It's just like you said it would be (it's never easy),
(มันเหมือนกับที่เธอพูดเอาไว้นั่นแหละ ว่ามันจะเป็น (มันไม่ง่ายเลย))
I can't feel this way about you anymore (ฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนเธอได้อีกแล้ว)
It's just like you said it would be (it's never easy),
(มันเหมือนกับที่เธอพูดเอาไว้นั่นแหละ ว่ามันจะเป็น (มันไม่ง่ายเลย))
I can't feel the same (ฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนเธอ)

I can't feel this way,
(ฉันไม่สามารถรู้สึกแบบนี้)
I can't feel the same about you anymore (it's never easy)
(ฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนเธอได้อีกต่อไป (มันไม่ง่ายเลย))
About you anymore (it's never easy) (กับเธออีกต่อไป (มันไม่ง่ายเลย))
No, I can't feel this way (ไม่, ฉันไม่สามารถรุ้สึกแบบนี้ได้)
I can't feel the same about you anymore (it's never easy)
(ฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนเธอได้อีกต่อไป (มันไม่ง่ายเลย))
About you anymore (it's never easy) (กับเธออีกต่อไป (มันไม่ง่ายเลย)
About you anymore" (กับเธออีกต่อไป)
 

 

 
7月21日

Ode to The Last Misery!!!

The Stories From Misery!!!
 
1. I Said : For me It's over!!!! It's over when I saw you kiss with other girl!!!
    You Said : But for me, It NEVER begins!!!!
 
2. I Said : It's not easy to forget you from my mind! How can I do?
    You Said : Sorry, However you don't need to tell me cuz IT'S NOT MY PROBLEM!!!!
 
3. I Said : Anyway, I need more time to restraint.
    You Said : So, LET YOU TRY!!!!!
 
4. I Said : I wrote to you before we part what I felt to you already.
     You Said : Sorry, But I CAN'T CONTROL MYSELF TO FEEL THE SAME WAY TO YOU!!!!!
 
5. I Said : You are the first one that I've this feeling with.
     You Said : Sorry again!! HOWEVER, I ALSO DON'T WANNA BE YOUR LAST ONE!!!!
 
6. I Said : Finally, I let my feeling down for nothing. Am I right?
     You Said : I have no idea! CUZ YOU LET YOURSELF DOWN TO FEEL LIKE THIS BY YOUR OWN!!!!
 
7. I Said : Well, Do you have something to tell me before we part?
     You Said : GOOD-LUCK!
 
8. I Said : Do you know? From then on we can't meet each other again!
     You Said : Oh Yeah!, I do. But it's good for you CUZ YOU SAID TO ME THAT YOU WANT TO FORGER ME!!!!
 
9. I Said : Do you know something? That I've dropped many tears just for you!!
     You Said : You said to me already. BUT I NEVER ASK FOR!!!!
 
10. I Said : Do you have one thing which is called "HEART"? So, why do you do me like this?
       You Said : I can say I have a heart BUT ONE THING, WILL YOU TO REMEMBER!!! MY HEART IS NOT JUST FOR YOU!!!!!
 
INSPIRED FROM THE REAL STORIES

 
ODE TO THE LAST MISERY
 
Oh! It happened from those 10 conversations,
That was from my mind already mentioned.
And I should to promise this would be the LAST.
MISERY THE LAST in my torture past;
One thing I must do is bury all of them.
By casting them away from my Memory's System.
So that, my Life will can be continued;
And waiting for someone and something new.
Eventhough I can erase those all,
There's another thing that I'm scared for.
Cos those scars will still crave in my mind.
The way I should be rid of? I can't define.
Hope One day I'll can forget all these pains.
And hope they'll not happen to me again. 
 
By: RAY_CHARLOTTE
7月6日

Red Is The New Black*

Red Is The New Black

"Can't pretend that you're nothing special
You've got to look at all of your options
You can't decide what to go for
When it's all about trust
You see yourself on the TV
You read your magazines
You can't explain how it's come to be this
Stop and think...
When it's all about trust

THIS COVERAGE, your centre spread
YOUR NEON LIGHT DAYDREAM will
Shatter and break
AND IF YOU THINK I'M THINKING OF
YOUR VALUE HERE
YOU'RE THE ONE WHO'S LOSING CONTROL

This eventual stop, this break in the mould
I scream down this hotline
Just to feel something

THIS SITUATION isn't getting any better
I SEE THAT LOOK IN YOUR EYES (the look in your eyes)
YOU WANT TO SEE A PRETTY FACE?
There isn't anything wrong with giving up
And for what it's worth
I STILL HATE YOU"
 
TITLE : RED IS THE NEW BLACK
ARTIST : FUNERAL FOR A FRIEND
 
 
ไม่รู้สิ เรามันเด็กอีโมพังค์จริง ๆ เหอะ ๆ ก็เลยใช้เนื้อเพลงนี้ขึ้นมาซะงั้น เราว่ามันโดนเราดี แค่ท่อนแรกก็โดนแล้ว โดยภาพรวมแล้วเราก็พอเข้าใจว่าเพลงมันสื่ออะไรนะ แต่ยังไงก็ยังแปลความหมายที่ถูกจริง ๆ ของเนื้อเพลงไม่ได้อ่า สีแดงคือสีดำใหม่ มันต้องเข้าใจว่าเขาสื่ออะไร แล้วอะไรที่แทนสีแดง กับสีดำ ที่ว่านี้ คือมันพูดไม่ได้อ่า เพราะมันเป็นสื่อทางอารมณ์ ไม่งั้นจะเรียกว่าอีโมเหรอ?? คริ ๆ ๆ ซะงั้นน ๆ ๆ อ่านะ ๆ ๆ ก็ โดนนะ เราว่า ไม่มีอะไรแล้วอ่า จะบอกว่ายังทำใจเรื่องเขามะได้อีกแล่ววววว.............
7月5日

Novella*

NOVELLA*
 
Wasting time, it's over and ended
Wasting time, we deserve
Hold that line, they ask us in safety
Hold that line, when we talk

I can see the headlights and pavements
My legs can't carry me that far,
And if this distance isn't enough they'll cry
Another river to see you drown

Faceless lies, it's easy to speak when
Every word is your own
Selfish eyes, look onward in protest as we
Tear down their disguise

I can see the headlights

Your days were golden
Days were golden
While we bled

 

Title: NOVELLA

Artist: Funeral For a Friend

 

เรื่องราวมันก็เป็นดังนี้นั่นเอง ผ่านมาเกือบอาทิตย์ที่ต้องจากกันยังทำใจไม่ได้เลย เฮ้ออออ.....คงอีกไม่นานหรอกนะ เรามีความรู้สึกว่าใกล้วันที่จะลืมเขาได้แล้วแหละ แต่เมื่อวันที่ 3 เขาแอ๊ดเมลล์เรามาทางเอ็ม อ่านะ ก้อออ...แค่เพื่อนกันไง ไม่เห็นจะแปลก แต่สำหรับเรา เขาแอ๊ดมาก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันรึเปล่า เวลาห่างกันตั้ง 6 ชม.แน่ะ และที่สำคัญเจอกันแล้วจะได้คุยอะไรกันล่ะ?? นั่นแหละที่น่าเป็นห่วง ดันทำอะไรบ้า ๆ ออกไปซะงั้น โดยการเขียน จม. บอกรักเขียนบอกไว้ก่อนกลับเนี่ยะนะ?? ให้ตายสิ วางกับระเบิดให้ตัวเองได้ดี หึ ๆ ๆ จริง ๆ เล้ยย...อายไหมว่ะ?? ทำไปได้?? แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้บอกละกัน มั๊งนะ?? แล้วเขาจะรู้เรื่องรึเปล่าล่ะ?? ก็ใช่ว่าเป็นฝรั่งแล้วจะเก่งภาษาอังกฤษมากไปกว่าเด็กไทยนิ เฮ้ออออ.........เราไม่รุ้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร กับเหตุการณ์ตรงนี้ เมื่อกี้พอได้เห็นรูปเขาปั๊บ น้ำตาไหลพราก แปลก ๆ ๆ ๆ มาก ๆ ๆ ทีตอนจากกันเมื่อตอนตีสี่ ของวันที่ 28 เราไม่ยักจะร้องไห้ คนอื่นเขาร้องไห้เป็นเผาเต่า แล้วทำไมเราถึงไม่ร้อง??? แล้วพอมาวันนี้เรากลับร้องไห้ซะงั้น ตอนนั่งดูรูปเขา งงมะ??? รึว่าเราความรู้สึกช้า??? ไม่รู้สิ ช่างเหอะ เวลานั้นมันใกล้เข้ามาแล้ววววว....ส่วนเรื่องเรียน ตอนนี้เราต้องซ้ำชั้นแล้วล่ะ บอกตรง ๆ ว่าไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเก่า ๆ แบบเดิม ตื่น 6.30 ไป รร. ลอกการบ้าน กินข้าวกลางวัน เลิกเรียนก็รอพ่อมารับกลับบ้าน ก่อนกลับแวะคาร์ฟูร์รึโลตัสเพื่อกินข้าว เสาร์-อาทิตย์ตื่นเช้าไปเรียนพิเศษ เฮ้ออออ.......เพื่อนก็ไม่มี ไม่มีอะไรสักกะอย่าง ให้ตายสิ  เรื่องหัวใจ ตอนนี้กำลังรักษาแผลในใจ โดยใช้เวลาเป็นเครื่องเยียวยาอยู่ รูปเขาเราก็จะพยายามไม่ดู หน้าเขาเราจะพยายามไม่คิดถึงมันอีก การกระทำที่เคยทำร่วมกันมารึชีวิตที่เคยได้รู้จักรับรู้เกี่ยวกับตัวเขาเราจะต้องลืม ส่วนเรื่องเอ็มเอสเอ็น เราว่าโอกาสไม่ง่ายนักหรอกที่จะเจอกัน พอเจอกันก็ไม่ได้คุยกันหรอก เรื่องทุกอย่างมันจบมาตั้งนานแล้วววว...แต่เรายังคิดว่ามันยังไม่จบ เพราะยังมีความหวัง ที่จริงมันไม่มีหรอกนะ ไอ้ความหวังตรงนั้น แต่คนเราก็ชอบที่จะหลอกตัวเองเพื่อให้มีความสุข ชอบที่จะเข้าข้างตัวเองเพราะเพื่อความพอใจชั่วขณะหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงมันมีบางสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่ภายใน เราไม่สามารถรับรู้ตรงนั้นได้หรอก ก็พิจารณาโดยใช้ปัญญาจากสิ่งที่เห็น และสิ่งที่ได้รับฟังมา อาจจะไม่ต้องเชื่อหมด แต่ควรจะตระหนักมันไว้บ้าง ดูอย่างเราในตอนนี้สิ เฮ้ออออ....อะไรที่อยากรู้ นั่นคือความในใจของเขาที่มีต่อเรา มองปร๊าดเดียวเราก็รู้แล้วแหละ เหอะ ๆ ๆ แต่ก็ไม่เลิกที่จะมีความหวังแฮะ  ต่อให้เราถามคำตอบมันก็อยู่ในใจเราน่ะแหละว่าจะเป็นยังไง ถามไปเพื่อให้ตัวเองยิ่งช้ำเปล่า ๆ สู้ตัดใจเงียบ ๆ อย่างนี้แหละดีแล้วววว....แต่มันยากจริง ๆ นะ เวลาที่เรารักรึชอบรึหลงใครสักคน มันยากจริง ๆ ที่จะตัดใจ ยิ่งเจ็บก็ยิ่งจำ ความเจ็บปวดมันค่อย ๆ ฝังรากลึกในหัวใจ เมื่อมันเจ็บจนทนไม่ไหว ทุก ๆ คนพร้อมใจเรียกผลของความรู้สึกนั้นว่า แผลในใจ แล้วจะรักษาหายยังไง?? ไม่รู้สิ เรายังรักษาตัวเองไม่ได้เลย เหอะ ๆ เวลาละมั๊ง รึใครสักคนที่จะทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ค่อย ๆ บรรเทาลงไปได้บ้าง แต่!!! จะหาคน ๆ นั้นได้ที่ไหนล่ะ???? ถ้ามันง่าย คนอกหักทุกคนคงเจ็บ อย่างมากแค่ 2-3 วันแล้วกระมัง เหอะ ๆ อ่านะ ชีวิตมันก็เหมือนกับนิยายสั้น ๆ น่ะแหละ น้ำเน่า จะตาย โดยเฉพาะชีวิตรักน่ะ คาดว่าหลายคนคงประสบกับความรักหลายรูปแบบ แต่ที่เห็นบ่อยนะ คือ "รักเขาข้างเดียว" เนี่ยะแหละ เฮ้ออออ......ก็ไม่เคยหวังอะไร หวังเพียงแค่ให้ความรักสมหวัง มันเป็นความหวังของคนเกือบทุกคนนะ เวลาตกหลุมรักใครก็อยากให้เขารักเราตอบ บางคนก็ไม่หวัง เราก็พยายามแล้ววว...แต่เราทำไม่ได้ แค่เห็นเขามีความสุขก็ดีใจ แต่ก็ยังแอบหวังอยู่ดี ไม่รู้สิ ช่าง ๆ ๆ มันจบแล้วแหละ เริ่มต้นใหม่ กับชีวิต ม.6 ที่ยังไม่ได้ใช้ ฮ่า ๆ ๆ ขำเนอะ น่าสนใจตายล่ะ ชีวิต ม.6 ที่ยังไม่ได้ใช้



7月3日

จดหมายลากับคำสารภาพที่แท้จริงของความรู้สึก

หัวข้อแรกคือ "คำสารภาพในจดหมาย" มันคืออะไรเหรอ?? จะขอเกริ่นว่า ก่อนกลับ นั่นก็คือวันที่ 28 มิ.ย.50 เราได้ยื่นจดหมายให้เขา...จดหมายที่ว่า เราได้เขียนมันเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.50 ใส่ซองมีการ์ดอวยพรเรียบร้อย เหอะ ๆ คือ ที่จริงแล้วเราเขียนให้เด็กฝรั่งทุกคนที่อยู่รีเจี้ยนเดียวกับเรา...แต่ของเขามันจะเป็นอะไรที่พิเศษ เพราะเราเขียนให้สองใบ ใบแรก เขียนให้ในฐานะเพื่อนรีเจี้ยนเดียวกัน ที่รู้จักมาตลอดสิบเดือนเต็ม แต่ไม่ใช่เพื่อนสนิท และใบที่สอง เขียนในกระดาษเล็ก ๆ ๆ คล้าย ๆ กับเป็นอีกมุมหนึ่งของความรู้สึกที่มีต่อเขา ใจความมีว่า...........
 
ถึง...เธอคนนั้น(ไม่เอ่ยนาม)
            ก่อนอ่าน ขอให้สัญญาว่าหลังจากอ่านเสร็จ เธอจะลืมมันไปเลย เหมือนกับที่ฉันหลังจากเขียนเสร็จ ฉันก็จะลืมมันไปเช่นกัน
 
-แรกเจอ* เธอรู้ไหมว่าว่าฉันคลั่งเธอตั้งแต่แรกพบ? ที่จริงแล้วฉันก็แค่คลั่งไคล้เธอตามประสาผู้หญิงทั่วไป ที่คลั่งไคล้ไอดอลของตัวเองเท่านั้น ดังนั้น ความรู้สึกแรกที่ฉันมีต่อเธอมันจึ่งสรุปได้ว่า ฉันแค่คลั่งไคล้เธอเท่านั้น
 
-เทศกาลอาหารเที่ยงและทัศนศึกษาที่เมืองตูตาเยฟ* หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันนานแสนนานและมาเจอกันอีกที ณ วันนี้ ฉันดีใจมากที่ได้มาเจอเธออีก แต่ความรู้สึกคลั่งไคล้มันเปลี่ยนไปเมื่อเธอค่อย ๆ ๆ เข้ามาทำดีกับฉันซึ่งมันทำให้ฉันซาบซึ่งและประทับใจในตัวเธอเข้าอย่างจัง สรุปได้ว่า ฉันได้ประทับใจเธอเข้าแล้ว
 
-เอสเอ็มเอส* จากความประทับใจมันได้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความชอบ ดังนั้นฉันจึงได้ตัดสินใจส่งข้อความทางโทรศัพท์หาเธอว่า "ฉันรักเธอ" เป็นครั้งแรก และเป็นข้อความแรก ทั้ง ๆ ที่ฉันว่าฉันแค่ชอบเธอเฉย ๆ นะ ยังไม่ได้รักเธอหรอก และหลังจากนั้นฉันส่งข้อความหาเธอบ่อย ๆ มีครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่ 3 ก็ตามมา ถ้าจำไม่ผิดฉันส่งข้อความไปหาเธอถึง 9 ครั้ง เป็นกลอน 5 มี 4 อันที่ฉันแต่งเอง และข้อความธรรมดา 4 ฉันเคยให้ทุกคนได้อ่านมันนะ แต่ว่าทุกคนพูดเป้นเสียงเดียวกัน "กูยังไม่เข้าใจเลย แล้วเขาล่ะ?? มึงช่วยใช้ศัพท์แบบ ด๊อกและแค๊ทได้มะ??" ฉันตอบกลับไปว่าสำหรับกลอนคงไม่ได้เพราะมันบังคับตัวลงท้าย สรุปฉันชอบเธอเข้าให้แล้วล่ะ
 
-ความรู้สึกที่เพิ่มมากขึ้น* และแล้วความรุ้สึกมันก็ค่อย ๆ เพิ่มตามกาลเวลา ยิ่งเธอดีเท่าไรฉันก็ยิ่งประทับใจเธอเท่านั้น เธอรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันสามารถพูดได้แล้วว่าฉันชอบเธอมาก และก็มาก ๆ (ครัช ออน) ไอ ครัช ออน ยู มันคืออะไรเหรอ?? ประโยคนี้??? สำหรึบฉันแล้วมันก็เหมือนกับ ความคลั่งไคล้+ความประทับใจ+ความชอบ มันมารวมกัน ฉันจึงเลือกใช้คำนี้แทนเพราะคำว่า เลิฟ คงใช้ไม่ได้ มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าคนสองคนไม่ได้รู้สึกในสิ่ง ๆ เดียวกัน
 
-ของขวัญคริสมาส* เธอยังจำของขวัญคริสมาสที่ฉันให้เธอได้รึเปล่า?? มันคือ "นาฬิกา" (นาฬิการูปลูกโลกเป็นหยก ฐานเป็นทองคำ) รู้ไหมว่า ความหมายของมันคืออะไร??? "โลกทำให้เราได้มาเจอะเจอกัน แต่เวลาเป็นคนพลัดพรากเราจากกัน โลกยังคงหมุนอยู่ เวลายังคงดำเนินต่อไป แต่เราก็ยังมาเจอกันได้ ขอบคุณเวลาและโลกใบนี้..."
 
-ยามเมื่อเธออยุ่ใกล้* ตรงนี้ต้องขอโทษทุก ๆ เรื่องที่แย่ ๆ ที่ฉันทำกับเธอด้วย ทั้ง ๆ ที่เราเป็นเพื่อนกัน แต่พอเวลาที่เธอมายืนข้าง ๆ ฉันมักจะถอยห่างเสมอ เพราะว่า ฉันรู้ไงว่าเธอไม่ได้คิดอะไรเหมือน ๆ ฉัน เธอไม่ได้ชอบฉัน ฉันจึงไม่อยากอยู่ใกล้ ๆ เธอ เพื่อจะตัดใจ และทำใจ ต้องขอโทษจริง ๆ จะให้อภัยและยกโทษกับเพื่อนคนนี้ได้ไหม??
 
-ฉากสุดท้าย* ฉากสุดท้ายที่ได้เห็นเธอแล้วปวดใจจริง ๆ ก็ในดิสโก้ที่ลูบิม รู้ไหมว่า ทำไมฉันถึงร้องไห้?? ก็เพราะว่า เธอ กับ นังร่านของเธอไง "มาช่า" ฉันไม่ค่อยอยากจะพูดถึงมันเท่าไร ฉันนี่มันงี่เง่า บ้าบอ จริง ๆ เนอะ มันไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่รู้ไหมฉันไม่อาจจะทนมันได้จริง ๆ หัวใจของฉันมันแตกสลาย แต่สมองของฉันมันยังคงทำงาน ดังนั้น มันจึงสั่งให้ฉัน วิ่งไปจากที่นั้น...จากภาพนั้น...จากเธอ...ตลอดกาล
 
ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว ฉันว่าฉันทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ต้องกังวลกับฉันหรอกนะ ชีวิตมันยังต้องเดินหน้าต่อไป แต่อย่าลืมสัญญานะ จดหมายฉบับนี้หลังจากเธออ่านเสร็จฉันขอให้เธอช่วยลืมมันไปได้ไหม??? รึจะทิ้งไปเลยก็ได้ และตอนนี้เธอก็ไม่ต้องกังวลจริง ๆ เพราะ
1. ตอนนี้เธอตัดผมสั้นแล้ว เธอก็ไม่ใช่ ผช.ในอุดมคติของฉันอีกต่อไป เขาคนนั้นต้องผมยาววว....
2. ถ้าเธอไม่เก่งเลข มันก็ดีต่อฉันมาก ๆ เลย เพราะฉันชอบ ผช.เก่งเลข เพราะฉันไม่เก่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้สามีเป็นวิศวกร (ถ้าฉันหาได้)
3. ฉันมันผู้หญิง บ้า ขี้เกียจ งี่เง่า ซุ่มซ่าม ไม่สวย ไม่รวย ไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับเธอเลยสักนิด
4. เธอยังเด็กนัก (ฉันก็เหมือนกัน) ดังนั้นเธอจึงมีโอกาสที่จะยังใช้ชีวิต อยู่กับเพื่อน ๆ บางทีอาจเป็นแฟน เธอสามารถหาเธอคนนั้นได้ในทุก ๆ ที่ ถ้าเธอต้องการ
5. ฉันคงไม่สามารถรู้สึกแบบนี้กับคนที่ไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับฉันได้ตลอดไปหรอกนะ...หนึ่งปีที่ผ่าน ดีใจที่ได้รู้จักเธอนะ
 
ลาก่อน
                                                                      จาก
                                                                               เรย์ ชาร์ล็อต
 
 
ด้านหลังสุดเราได้เขียนเพลงจากวง LOST PROPHETS ให้เขาไป
 
ชื่อเพลง ROOFTOPS หลังคาบ้านอ่าแหละ
ศิลปิน LOST PROPHETS พระเจ้าที่สาปสูญ
 
มันจับใจความได้ประมาณว่า...
 
"เมื่อเวลาของเราได้หมดลง เมื่อชีวิตของเราได้ดำเนินมาจนถึงปลายทาง แล้วพวกเราจะพูดได้ไหมว่าพวกเราน่ะมีความสุขกัน??
แล้วพวกเราจะจดจำเวลานี้ได้ไหม?? แล้วพวกเราจะพูดได้รึทุกครึ้งรึเปล่าว่าเราได้พยายามกันแล้ว???
 
ยืนอยุ่บนจุดยอดที่สูงสุด ทุก ๆ คนได้กรีดร้องเข้าไปในหัวใจของคุณ
 
สำหรับความรักทั้งหมดที่ฉันเคยพานพบ ถึงแม้ว่ามันจะพบจุดจบ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเสียใจ แต่ยังพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ
แล้วพวกเราจะยังพูดได้ไหมว่าพวกเราน่ะมีความสุขกัน??? แล้วพวกเราจะจดจำเวลานี้ได้ไหม?? แล้วพวกเราจะพูดได้ทุกครึ้งรึเปล่าว่าพวกเราได้พยายามกันแล้ว??
 
ยืนอยู่บนจุดยอดที่สูงสุด ทุก ๆ คนได้กรีดร้องเข้าใปในหัวใจของคุณ
 
ยืนอยู่บนจุดยอดที่สูงสุด (กำลังรอจนกว่าระเบิดตก)
นี่คือสิ่งที่เรามี ณ ตอนนี้ (กรีดร้องจนกว่าหัวใจเธอจะหยุดเดิน)
ไม่เคยคิดที่จะเสียใจสักนิด (กำลังมองพระอาทิตย์ทุกดวงที่ลับขอบฟ้า)
พวกเราจะฟังเสียงหัวใจของคุณสั่นไหว (แด่ความรักทั้งหมดที่เราได้พบเจอ) "
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
6月25日

อุปมาดั่งใบมีดค่อย ๆ กรีดลึกลงกลางใจ

อุปมาดั่งใบมีดค่อย ๆ กรีดลึกลงกลางใจ

"ภาพทุกอย่างมันสลัว สลัวเรือนรางถ้าไม่ได้ใส่ใจไปกับมัน แต่สำหรับคนที่ใส่ใจลงไปทั้งดวงแล้ว มันเป็นภาพที่ชัดยิ่งเหลือเกิน แสงไฟสลัว สลัวที่ดูมีสีสัน ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักของเธอและหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน  ค่อย ๆ เริ่มโลมลูบกัน ทั้งคู่ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ไปตามไฟแห่งความร้อนแรงของหนุ่มสาว ริมฝีปากบางสวยของชายหนุ่มและหญิงสาวค่อย ๆ เผยอ ออกและค่อย ๆ สัมผัสกัน ด้วยรสชาติแห่งความร้อนแรงนั้น ภาพนั้นบาดใจบาดตาคนที่กำลังยืนมองได้อย่างแสบทรวง หญิงสาวผมดำ แต่งตัวทะมัดทะแมง ที่ยืนมองอยู่ค่อย ๆ หันหลังกลับไป ภาพนั้นเป็นภาพที่บาดลึกได้ถึงใจเธออย่างยิ่ง หยาดน้ำตาใส ๆ ค่อย ๆ คลอเบ้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด วินาทีนั้นเธอไม่สามารถที่จะยืนอยู่ตรงนั้นได้ต่อไป ใจของเธอค่อย ๆ แตกสลาย แต่สมองยังคงทำงาน และสั่งให้เธอสั่งให้วิ่งออกไปให้ไกลจากตรงนี้....จากตรงนี้...ด้วยน้ำตา"

 

เมื่อวันที่ 23-24 ทางเอเอฟเอสในรีเจียนเราจัดโปรแกรมไปเมือง "ลูบิม" คือแล้ววันที่ 22 เขาก็บอกว่าจะมายาโรฯ เพราะครอบครัวเขาไม่อยู่บ้านกัน ทีแรกจะมาค้างบ้านเรา แต่เขารู้ว่าเพื่อนเราจากอีกเมืองมันมาค้างอยู่ ก็เลยโทรหาโซเฟีย ส่วนเพื่อนเราอีกคนที่เป็นเพื่อนซี้กับมันก็เพิ่งกลับมาจากมอสโคว์พอดีก็เลยได้มานอนบ้านเรา รุ่งเช้าพวกเราก็นัดเจอกันที่จตุรัสแดง(ในเมืองเรานะ ไม่ใช่มอสโคว์ เหอะ ๆ) เรากับเพื่อนเราก็เลทอ่า ประมาณเกือบครึ่ง ชม. เหอะ ๆ อ่านะ แล้วก็นั่งรถไปกัน ช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่เราสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้สนใจเราเลยแม้เพียงแต่น้อยนิด ไม่เลยจริง ๆ ๆ เขาไม่ได้รัก ไม่ได้มีใจ ช่วงนี้ก็ทำกิจกรรมกันที่แคมป์อ่า (แต่พวกเราไม่ได้ค้างที่แคมป์นะ) แค่ไปเพียงไม่นานอ่า ก็พวกฝรั่งเล่นวอลเล่ย์ นั่งเรือแจว มีคอนเสิืรต์ งานวัด บลา ๆ ๆ ๆ อะไรทำนองนี้อ่า แล้วจากนั้น เที่ยงคืน พวกเราก็ไปต่อที่ดิสโก้กัน อื้ม ตรงนี้แหละ ที่ทำให้เรา....อ่านะ

"เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนจะขึ้นรถไปดิสโก้ เราคิดไว้แล้วว่าเราจะตัดใจจากเขาให้ได้สักที เพราะมันเหลือเพียงแค่ 4-5 วันเท่านั้น เท่านั้นจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดชอบ คิดรัก ติดใจอะไรกับเราด้วย เราก็เลยเอาว่ะ เจ็บหน่อยก็ต้องทน ทำใจเอาละักัน เหอะ ๆ แต่ หลังจากพวกเราถึงดิสโก้ปั๊บ มันก็ไม่เชิงดิสโก้หรอก มันเหมือนกับงานพรอมของ รร. มากกว่า แต่ก็ทำเป็นดิสโก้ให้เด็ก ๆ ไปสังสรรค์ไรเงี่ยะ แล้วพวกเราเป็นเด็กต่างชาติก็เหมือนกับเป็นแขกอ่าแหละ ก็เลยถือโอกาสได้เข้าไปสักกะดี พอเข้าไปปั๊บ พวกเด็กเอเอฟเอสก็ยืนล้อมวงกันเต้น อะไรแบบนี้อ่า แล้วก็มี ผญ. เกรดสิบเอ็ดของ รร.แหละ เข้ามาทักทาย ส่วนเราก็เจอเพื่อนเก่าคนนึง เพราะเราเคยมาลูบิมแล้วเมื่อเดือน มี.ค. ก็ออกจากกลุ่มเอเอฟเอส ไปอยู่กลุ่มเล็ก ๆ เข้าไปทักทาย เข้าไปเต้นกับเขา แล้วคือว่ามันมีเพลงช้าอ่า คนนั้นมันก็บอกให้เราโอบคอ เราก็นะ เพื่อนกันไม่เห็นคิดมากเลย แล้วก็โอบเอวเรา เราบอกตรง ๆ ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ก็แค่เพื่อนกัน เขาประมาณว่าเป็น ผช.ที่ชอบเพลงพังค์คล้าย ๆ เราอ่า ก็เลยเออ ๆ อะไรแบบนี้อ่า ส่วนเขาคนนั้น ก็เต้นกับเพื่อน ๆ ๆ ประมาณนี้อ่า สักพัก ยาย ผญ.คนนึง ผมสั้น ๆ แต่งตัวชุดงานพรอมอ่า ดูร่าน ๆ แรด ๆ ๆ ตามประสาบิชชี่ เกริล์อ่า ก็เข้ามายืนใกล้ ๆ เขา ส่วนเราก็เต้นอยู่กับ ผช.คนนั้น สักพัก สองคนนั้นก็เริ่มปลีกตัวออกจากกลุ่มอยู่สองคน ออกมายืนข้าง ๆ ใกล้ ๆ วง แล้วก็เต้นรำกัน สักพักเต้น ๆ ไปมา ทางด้านจูก็ค่อย ๆ เลื่อนมาเจอเราพอดี  เราก็หันไปมองเขา แล้วเขาก็หันมามองเรา แต่คือเราก็โอบคอกับคนนั้นอยู่ไง แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นอ่า เหอะ ๆ แล้วสักพักอีกที จูก็เริ่มลูบไล้สะโพก ผญ.คนนั้น แล้วก็ ผญ.ก็ร่านใช่มะละ ก็ค่อย ๆ เผยอปาก จูก็เผยอปากรับ แล้วก็จูบกัน เราเห็นภาพนั้นพอดี เราทนไม่ไหว เราก็เลยเลิกเต้นกับไอ้นั่น แล้วก็หันหลังกลับไป ไม่มอง สักพัก เราก็ทนไม่ไหวแล้วก็เลยวิ่งไปห้องน้ำ แล้วก็ร้องไห้ แล้วก็ส่งข้อความหาเพื่อนซี้ที่ไทย "ไอ้นุ่น" แล้วสักพักเราก็ออกไปตรงแถว ๆ นั้นไหม ปรากฏว่าคู่นั้นเขาก็ยังคลอเคลียกันอยู่ เราทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เราก็วิ่งออกไปข้างนอก ตอนนั้นมันเป็นเวลาประมาณ ตีหนึ่งครึ่งของวันที่ 23 เราก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่เทวียร์ แล้วก็คุยกับมัน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก แล้วเด็กรัสเซียที่มาต้อนรับพวกเราที่เมืองนี้ เขาก็เห็น เราก็บอกว่าอย่าเขาไปบอกใครนะ ปรากฏว่าเรื่องดันรู้ไปถึงหู ฟรานเชสโก แล้วฟรานก็เอาไปบอกทุกคน แล้วเพื่อนคนไทย อลิส โซเฟีย และ วาเล ก็ออกมาหาเรา เราก็บอกว่าคุยโทรศัพท์กับพลอยอยู่ เราก็เช็ดน้ำตาแล้วก็วิ่งกลับเข้าไปในงาน แล้วเราหันหลังกลับไปอีกที เราเหมือนจะเห็นจูลี เดินกับกลุ่มโซเฟียอยู่แว๊บ ๆ ๆ บางทีเราอาจจะตาฝาดเพราะมันมืดมาก ๆ รึอาจจะเฮิร์ทหนักจนบ้าไปแล้วก็เลยเห็นภาพหลอนมั๊ง

ก็เป็นประมาณนี้อ่าแหละ เราก็เจ็บช้ำ แล้วก็ไปนั่งอยู่คนเดียวข้างห้องน้ำ แล้วอลิสเพื่อนคนไทยเราก็มาหาเรา แล้วเด็กรัสเซียเจอเราก็มาหาเรา เราก็ถามว่าจะกลับกันกี่โมงเหรอ เขาก็บอกตอนนี้แหละ แล้วตอนกลับ ผญ.คนนั้นกับจู ก็จูบลากัน ต่อหน้าต่อตาเราเลย จริง ๆ ๆ แล้วฟรานเชสโกก็บอกว่า จูลี่ ๆ ๆ พอเรา ตะโกนแบบไม่พอใจอ่า คือทุกคนไม่พอใจมาก ๆ ที่จูทำแบบนี้ เพราะ ผญ.มันสกปรกอ่า แล้วเท่าที่ผ่านมา จูไม่เคยอะไรกับ ผญ.ในดิสโก้อ่า อาจจะเคยแต่ก็ไม่ได้มากมาย บ่อยขนาดนั้นอ่า อาจจะแค่ครั้งสองครั้ง ใช่ ๆ ๆ ทุกครึ้งที่เขาเข้าดิสโก้กับเรา เราไม่เคยเห็นเขาจะทำอะไรแบบนี้อ่า คือเขาหน้าตาดี ดีมาก ๆ ๆ ด้วยแหละ หล่อเลย ผญ.ก็ต้องชอบ ถ้าอ่อย ผญ.คนไหน ผญ.คนนั้นก็เอาอ่าสิ แต่เรารับไม่ได้จริง ๆ นะ มันเป็นสิทธิ์ของเขาด้วย แต่เราทำใจไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ พองานเิลิกเราก็เดินกลับที่พักไปกับโวเลนเทียร์ที่ทุกคนรังเกียจ ส่วนคนอื่นก็ไปเดินเล่นกัน เช้าวันที่ยี่สิบสี่ ตื่นเช้ามา เราไม่มองหน้าเขาเลย ไม่จ้องไม่มอง แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะเขาเป็นเพื่อนเรา แต่เรื่องเมื่อคืน มันบาดใจเราจริง ๆ เชื่อไหมว่าตอนที่เรากำลังนั่งอัพอยู่ เราก็ร้องไห้ไปด้วย มันเจ็บจริง ๆ แล้วจะจากกันอยู่แล้วอ่า แ่ต่ทุกอย่างก็ยังไม่คืบหน้า แล้วมันจะต้องจบลงไปอย่างนี้จริง ๆ กลับไปเราก็ต้องลืมเขา ส่วนเขาก็คงลืมเราตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินแล้วแหละ เหอะ ๆ

จบเหอะ พอแล้ว ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตอนนี้เราลบรูปเขาจากมือถือไปแล้วนะ เรื่องที่ผ่านมาเราจะไม่คิดไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างต้องลืม ต้องจบ

6月8日

ร้องไห้? อีกแล้วเหรอ?

เมื่อวาน เพื่อนคนไทย กับเขามาค้างที่บ้าน! เนื่องจากวันนี้พวกเขาจะไปเมือง นิซนี่ นอฟกอรอดกัน แล้วรถไฟจากเมืองของพวกเขามันไม่มี ที่จริงเราตกลงกับเพื่อนคนไทยของเราว่า เออ รถไฟมันออกแต่เช้านะ ตั้งแต่หกโมง ถ้ามึงมาจากเมืองมึง มึงไม่ทันแน่ เพราะมันมีแค่รอบเดียว ดังนั้นมึงก็มาค้างบ้านกูแหละ! แล้วเมื่อวานก็เลยมา รู้สึกจะถึงตอนบ่าย ๆ แต่เผอิญ ไปดูไพรเรทมา อยู่ในโรงหนังต้องปิดมือถือ ตอนห้าโมงกว่า ๆ ออกจาก โรงหนังปั๊บ มันก็ส่งข้อความมาว่า "กูกับผัวมึงตอนนี้อยู่ที่ยาโรสลาฟ ได้รับข้อความแล้วโทรกลับด้วย" เราก็เลยโทรกลับ มันก็บอกว่าเนี่ยะ ถึงแล้ว แกมาที่สถานีรถไฟเลย พวกเรากำลังซื้อตั๋วอยู่ แล้วเราก็ถามว่า เอ้า ก็ถ้ามาด้วยกัน มึงก็นอนบ้านกู แล้วเขาจะนอนที่ไหนล่ะ?? มันก็พูดประมาณว่า อาจจะบ้านเด็กอิตาลี ชื่อ วาเลเรีย แต่เห็นเขาก็เกริ่น ๆ ทีแรกจะนอนบ้านมึง ไอ้เราก็ตอบกลับไป เฮ้ย กูไม่ให้มันนอนนะ เพราะถ้ามันมานอนมันเสร็จกูแน่ 5555+++ ล้อเล่น ๆ ๆ เหอะ ๆ อ่านะ เราก็พูด ๆ ไปว่า ไม่ให้นอนอะไรแบบนี้อ่า คุยโทรศัพท์กันอยู่ แล้วมันก็ถามเราว่า โทรไปตั้งหลายรอบ ไปตายอยู่ที่ไหนมาเนี่ยะ เราก็บอกดูไพรเรทอยู่ แล้วมันก็ด่าเรา ให้เขาได้ยินว่า ฟัค ยู เรย์ แล้วมันก็เอาโทรศัพท์เพื่อนเรา พูดคำเดียวกับเพื่อนเราว่า ฟัค ยู เรย์ บ้า ๆ ๆ ดี เหอะ ๆ อ่านะ แล้วเรากับโซเฟีย ที่ออกจากโรงภาพยนตร์ก็ไปที่สถานีรถไฟกัน พอถึงพวกเขาก็ซื้อตั๋วกันอยู่ คนที่จะไปก็มี สามคน มีเพื่อนเราคนไทย เขา และวาเลเรีย เจ๊ โซเฟียฉันวีนแตกเลยอ่า ว่าวาเลเรียจะไปทำไมไม่บอกกันบ้างเลย? ทั้ง ๆ ที่เป็นอิตาลี เป็นเพื่อนกันแท้ ๆ ๆ อะไรแบบนี้อ่า เขาก็พูดให้เราฟัง เราก็บอกไปว่า บางที วาเลอาจจะยังไม่ชัวร์นะ แต่โซเฟียก็บอกว่ามันไม่สำคัญหรอก ที่เราอ่า เรามีอะไรเราก็บอกเขาทุกอย่าง แต่ดูสิ ฉันดันรู้เรื่องจากแค่จูเลียโน แล้วก็เธออ่า อะไรประมาณนี้แหละ จำมะค่อยได้ อ่านะ ๆ ๆ แล้วพวกเราหลังจากซื้อตั๋วเสร็จ ก็นั่งรถจะไปบ้านวาเล โซเฟียน้อยใจ บอกอย่างเดียวจะกลับบ้าน ๆ ๆ เราเหนื่อย ทั้ง ๆ ที่เรากับจูเลียโนก็พยายามบอกว่า เฮ้ย ไปเหอะ เราก็พูดให้โซเฟียฟังว่า เนี่ยะ เมื่อก่อนอ่า มีอะไรพวกเธอก็ด้วยกันตลอดไม่ใช่เหรอ?? ทำไมไม่ไปล่ะ??? เขาก็บอกว่า เราเหนื่อยอ่า แล้วก็นั่งรถไป บ้านโซเฟียใกล้กับวาเล ก็นั่งรถสายเดียวกันไปนะ แล้วไม่นานโซเฟียก็ลง แล้วก็มานัดแนะเราว่า พรุ่งนี้ สิบโมง เจอกันที่ รร.นะ ห้ามเลท เพราะเราไม่อยากอยู่คนเดียวใน รร.อ่า พอตกลงกันได้ จูก็หันมาถามเราว่าเนี่ยะ ไปบ้านวาเลเรียกันก่อนนะ จากนั้นค่อยกลับบ้าน แล้วค่อยบอกอะไรก็ไม่รู้อ่า ฟังไม่ถนัด เพราะมันพูดรัสเซียใส่ ตอนพูดมันทำหน้าแปลก ๆ ก้ม ๆ หน้า มองนิ้ว ห่าเหวไรมะรู้ ไม่ได้สนใจ เพื่อนเราก็มันก็ค้างบ้านเราชัวร์ใช่มะ ก็ต้องไปด้วยกันอ่าแหละ แล้วก็นั่งรถกันไปอย่างที่เล่า โซเฟีย ถึงป้าย บ้านตัวเองก็ลง พวกเราก็นั่งต่อไปอีก สองป้าย แล้วก็ถึงบ้านวาเล พอถึงบ้านวาเล ปั๊บ เขาก็บอกว่าเนี่ยะ ฉันไม่อยากนอนบ้านวาเลเลย เพราะครอบครัวเขาเป็นโวเลนเทียร์เีกี่ยวพันกับเอเอฟเอส แล้วพวกเราจะไปเมืองนิซนี่กัน โดยไม่มีใบอนุญาต เดี๋ยวเขาก็มาวุ่นวายแล้วก็ห้ามไม่ให้ไปอีก เอาละสิ แล้วมึงจะนอนที่ไหนล่ะเนียะ??? เราก็คิดในใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า มันสนิทกับโวเลนเทียร์คนนึงเพราะ ผญ.คนนั้นเขาไปสวิสมา เขาพูดภาษาเดียวกัน แล้วเราก็ถามว่าเนี่ยะบางทีอาจจะถามนาตาชาก็ได้นะ โวเลนเทียร์อ่า เราก็ถามประมาณว่า เฮ้ย โทรไปหานาตาชารึยัง?? อะไรทำนองนี้ จำบ่อได้ เขาก็บอกก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า พี่และครอบครัวของวาเลอยู่บ้านรึเปล่า?? แล้วแทนที่ถึงบ้านวาเลปั๊บ ควรจะชวนพวกเราเข้าไป แต่วาเลดันเข้าบ้านไปคนเีดียวซะงั้น (มันเป็นแฟลตอ่า แล้วมีประตู) แล้วเขาก็พูดว่าเนี่ยะ วาเลเรียไปดูว่าพี่และครอบครัวเขาอยู่้บ้านรึเปล่า แล้วปรากฏก็ไม่รู้ รู้สึกจะอยู่มั๊งนะ สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าบ้านวาเล แล้วก็เลยเดินไปบ้านเรา แล้วก็แวะร้านค้า จูลี่ก็โทรหานาตาชา ถามเรื่องที่นอน แล้วเขาก็บอกว่าเนี่ยะ พรุ่งนี้นาตาชามีสอบนะ เราก็เลยบอกไปเลยว่า ไม่เป็นไรหรอก เห็นหน้ามันแอบยิ้มด้วยมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด สุดท้าย ก็ต้องกรูอีกแหละ โทรถามยายว่า เนี่ยะพาเพื่อนไปบ้านได้ไหม??? ยายก็บอกว่าได้ สุดท้ายเราสามคนก็เข้าไปบ้านเรากัน เป็นแฟลตอีกเช่นเคย อ่านะ ๆ ๆ ส่วนวาเลเรีย กลับบ้านไปซะงั้นอ่า เหอะ ๆ อ่านะ ๆ ๆ แล้วก็ขึั้้นไปก็เจอยาย โทรศัพท์ดันมา ยายคุยเสร็จเราก็วิ่งเข้าไปขอ ให้เขานอนด้วยได้ไหม??? พวกเราสามารถนอนในห้องรับแขกได้ ส่วนยายไปนอนในห้องหนูละกันนะคะ เพราะ แฟลตยายมี สามห้องนอน แล้วสองห้อง ให้เด็ก ผช. สองคนเช่าไปแล้ว ห้องนึงก็ให้เราอยู่ส่วนยายปกตินอนในห้องรับแขก อ่านะ ดังนั้นเราสามคนก็นอนในห้องรับแขก กันคืนนั้น แล้วพอจัดที่นอนเสร็จ เราก็พาสองคนนั้นไปกินข้าว อีนั่นกระแดะอยากจะกินมักกะโรนี กับเนื้อทอด คือมันมีพอดีไงที่บ้าน เราก็บอกก็เอาสิ แล้วเพื่อนคนไทยเราก็ทำให้เขา กินเสร็จ ก็ไปดูหนังเกาหลีกัน เราก็กรี๊ด กร๊าด วี๊ด ว๊ายยย เพราะพระเอกหล่อไรเงี่ยะ เออ เราว่าเขาก็คงแอบกลัวเราอยู่แหละ ฮ่า ๆ ๆ อ่านะ ๆ ๆ หนังจับก็นอน ตื่นมาตีสี่ ก็กินอาหารกัน เรากินชาถ้วยเดียว กับช๊อกกาแลต สองก้อน เล็ก ๆ ๆ เขาก็ถามว่า ไม่กินข้าวเช้าเหรอ??? เหอะ ๆ อ่านะ ๆ แต่ตลอดคืนอ่า มันอ่า บ่นทั้งคืนเลยว่า ยุงกัด รำคาญยุง ฉันเกลียดยุง เหอะ ๆ ออกแนวน่ารำคาญนิด ๆ อ่า เหอะ ๆ แต่ก็เข้าใจ ๆ ๆ แล้วพอตอนกลับนะ ยังไม่ได้ยินคำขอบคุณเลยอ่า เหอะ ๆ ทีไปบ้านเด็กไทยคนอื่นนะ แค่ไปดูหนังกินข้าว ขอบคุณซะยกใหญ่ ของเราพอตอนลาดันกอดกันเบา ๆ ๆ แล้วก็พูดว่าลาก่อน แล้วมันก็รีบเข้าไปในรถไฟ แล้วมันก็ยืนมองเราสักพัก แล้วยกสองนิ้วขึ้นมา แล้วพูดว่าแล้วเจอกันนะ แล้วก็เดินเข้าไปในตัวรถไฟ จบ ๆ ๆ เพราะตอน หกโมงจะเจ็ดโมง คือ รถไฟมันออกไง เราก็ต้องไปส่งเดะ เหอะ ๆ อ่านะ ๆ จบ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้ววันนี้ เราก็เล่าให้โซเฟียฟังว่า เมื่อคืนจูเลียโนนอนที่ไหนเหรอ?? เราก็บอกไปว่าบ้านเรา โซเฟียก็ถามว่า ทำไมเหรอ??? เราก็บอกว่า ก็เขาไม่อยากค้างบ้านวาเล เพราะบ้านเขาเกี่ยวข้องกับเอเอฟเอส แล้วพวกเราจะไปเที่ยวเมืองอื่นโดยไม่มีใบอนุญาตจากประเทศตัวเอง ก็กลัวว่า เขาจะยังงั้นยังงี้ ทั้ง ๆ ที่ก็ขอไดเร็คเตอร์ได้แล้วอ่านะ อย่างที่สองคือ หลังจากนั้นก็โทรหานาตาชาโวเลนเทียร์ ที่จริงก็นอนได้ แต่ว่าเจ๊แกมีสอบก็เลยบอกว่า ไม่ ไป เหอะ ๆ โซเฟียก็ทำหน้าอย่างมีเลศนัย มองมาที่เรา เหอะ ๆ ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไร เหอะ ๆ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดร๊อก โซเฟีย ก็แค่สะดวกมากกว่าละมั๊ง แต่ที่จริงเขาควรจะนอนบ้านวาเลนะ เพราะอิตาเลียนด้วยกัน คุยกันรู้เรื่องมากกว่า มาค้างกับพวกเด็กไทย เหอะ ๆ แล้ว ผญ. สองคนซะด้วย เหอะ ๆ เพื่อนเรานอนบนโซฟา มันนอนพื้นไป (จะบอกว่าไอ้เบาะนุ่ม ๆ อ่า มันมาจากเตียงในห้องเรานะ แล้วก็ผ้าห่มด้วย เหอะ ๆ คืนนี้จะนอนดม กร๊าาาากกกก....) แล้วเราก็ลากเตียงเหล็กมานอน เหอะ ๆ คนละมุมกัน ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่น เหอะ ๆ
 
แล้วที่ว่าร้องไห้ ก็เพราะ รู้ไหม???ว่า มันเหมือนกันกับว่า ยิ่งอยู่ใกล้กันเท่าไร ก็ยิ่งห่างไกลกันมากขึ้นเท่านั้น เราร้องไห้เพราะเราก็เสียใจนะ ที่เขาไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบเรา เหมือนที่เราคิดกับเขา แต่เราระลึกคำที่ เต้ บอกไว้เสมอว่า รักให้เป็น มันบอกว่าก็เพราะแกคาดหวังมากเกินไปไงแล้วพอเขาไม่เป็นอย่างที่แกคิด แกก็เจ็บ มันก็จริงนะ จริงมาก ๆ เลย เพราะฉะนั้นถ้าจะรักก็รักไป แต่อย่าไปคาดหวังอะไรไง?? เหมือนคำที่ว่า ก็มีแต่ใจให้ไป ไม่คิดอะไร ก็อยากให้เธอเข้าใจและลองรับดู อย่างที่สองที่เราร้องไห้คือ เวลามันไม่มีแล้ว เหลืออีก ยี่สิบวันเต็ม ๆ เราก็คงทำอะไรให้คืบหน้าไม่ได้แล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้ไง เราไม่ใช่ไม่ทำนะ แต่เขาไม่ตอบสนองต่างหากเล่า เราก็ส่งข้อความไปบอกเขาแล้วว่า เราชอบเขา ประมาณนั้นอ่า แต่เห็นเขาว่ากันว่ามันโง่ภาษาอังกฤษ ก็จริงนะ แต่มันก็น่าจะรู้เรื่องบ้างสิ ให้ตายสิ เขาคงไม่รับไม่รู้ รึอาจจะรู้แต่อาจจะไม่สนใจก็ได้เนอะ เป็นไปได้หมดอ่าแหละ ส่งไปสิบกว่าครั้ง ไม่เคยตอบก็คิดดูละกัน เหอะ ๆ แล้วจะให้เราทำอะไรต่อได้ล่ะ?? ประเด็นที่สามคือ ไม่รู้เดะ เราทั้งสองยังคงห่างไกลกันมาก ๆ มันมีอยู่ตอนนึง นั่งอยู่ในห้องครัวกันสามคน เขา เพื่อนเรา แล้วก็เรา สองคนนั้นก็คุยกันไปตามประสาเพื่อนซี้ปึ๊ก แต่ทว่า จู่ ๆ อีเพื่อนสุดน่ารักดันลุกไปเปลี่ยนกางเกง เราก็พูดว่า มึงอย่าทำกะกูอย่างนี้นะ มึงจะทิ้งกูไว้กับมันเหรอ??? มันก็บอกประมาณว่า เดี๋ยวมานะจ๊ะ แล้วก็เดินไปเลย รู้ไหม แล้วประมาณว่า ทุกอย่างมันเงียบหมดอ่า เราก็เขินใช่ป๊ะ เหอะ ๆ เขินมาก ๆ เราก็เลยลุกก็ได้วะ แล้วก็ปล่อยมันนั่งคนเดียว ไม่นานเพื่อนเราก็กลับไปนั่ง เหอะ ๆ ๆ อ่านะ แล้วสักพักเราก็กลับไป คือเผอิญทำเนียนไง ฮ่า ๆ ๆ เราทั้งสองมันห่างไำกลกันเกินไปจริง ๆ แหละ รึว่าเรารักษาระยะห่างเองวะ เพราะทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้เรา เราก็เดินหนีอ่า ไม่รู้ว่าทำไม?? บางทีตอนเขาอยู่ใกล้ ๆ เรารู้สึกกลัว กลัวอะไรบางอย่างที่เราก็ไม่รู้อ่านะ ไม่ใช่ประหม่า ทำอะไรไม่ถูก อันนั้นก็อยู่แล้ว แต่ว่าเรากลบเกลื่อนได้ แต่บางทีเรากลัวเขา อาจจะกลัวที่จะต้องรักเขามากไปกว่านี้ก็ได้ เมื่อคืน ตอนเห็นเขา รำคาญยุง โดนยุงกันอะไรแบบนี้อ่า เราก็ภาวนาในใจว่า เนี่ยะ ขอให้ยุงมันมาที่เราแทนได้ไหม??? เราอยากให้เขานอนแบบสบาย ๆ ๆ อ่า ยุงมันก็มาที่เราอ่าแหละ แต่ไม่มาก แต่เราสัมผัสได้ว่า เขานอนไม่สบายทั้งคืนเลย รู้สึกว่าเขานอนไม่หลับ คือนอนไง แต่หลับไม่สนิท เราก็เป็น แต่ว่าเราก็หลับผลอยไปในที่สุด ก่อนนอนเราก็พูดกับเขาว่า เนี่ยะ สำหรับฉันไม่มีอะไรมาหยุดการนอนของฉันได้หรอก ฮ่า ๆ ๆ อะไรแบบนี้ เขาก็บอก ใช่ ๆ ๆ ไม่มีอะไรหยุดเธอได้หรอก????? อ่านะ ขำ ๆ ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วอ่า ก็จบไว้แค่นี้แล้วกันนะ
5月31日

ไม่รู้ ไม่รู้เลยจริง ๆ มันสับสนไปหมด

อ่านะ ก็เมื่อวันที่ 26 ทาง เอเอฟเอส จัดโปรแกรม (เฉพาะในรีเจียนเรา) ไปเที่ยวเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก อ่า แต่คือเพิ่งจะกลับมาจากมอสโคว์ (อันนี้เราไปเอง เหอะ ๆ) เรากลับมาถึงตอน เที่ยงครึ่ง ก็กลับไปอาบน้ำเตรียมตัวเพื่อที่จะไปเซ็นต์ฯ รถไฟออกจากสถานีตอน สี่ทุ่มกว่า ๆ จำเวลาเป๊ะ ๆ ไม่ได้ เราก็อาบน้ำสระผม ไปเดินเล่นที่เซ็นเตอร์ โทรศัพท์เราชาร์ตไว้ที่บ้าน แหะ ๆ ตอนประมาณห้าโมงเป๊ะ ๆ โซเฟียมิสคอลล์มาอีกแหละ คือเรากลับไปตอนประมาณ หกโมงกว่า ๆ อ่า แล้วก็เห็นข้อความแต่เราก็ประมาณว่าเอาไว้ทีหลังแล้วกัน เดี๋ยวก็เจอกันที่สถานีอยู่แล้ววววว....เราก็นั่งรถไปเซ็นเตอร์ ไปหาเพือนเราที่รออยู่ในคาเฟ่อ่า นั่งคุยกันซักสัก ก็ปรึกษากันว่า จะโทรกลับไปดีไหม สักพักเราก็โทรกลับไป เหอะ ๆ พอโทรกลับไปปั๊บ โซเฟียก็ตอบประมาณว่า เฮ้ เรย์ เป็นยังไงบ้าง แต่เสียงรบกวนข้าง ๆ ที่ทักเราอ่า มันเป็นเสียงของเขา เสียงดังมาก ๆ สวัสดี เรย์ ๆ ๆ ๆ บลา  ๆ ๆ ๆ หลายรอบมาก ๆ แล้วรู้สึกจะโดนโซเฟียว่ามั๊งก็เลยเงียบ ๆ ไป เหอะ ๆ โซเฟียก็บอกว่าตอนนี้อยู่กับเขา และก็เด็กฝรั่งเศสที่แม็คมาสเตอร์ (Copy MacDonald's) เขาก็ถามว่าเธอจะมาไหม?? เราก็บอกว่า ไปสิ ๆ ๆ คือที่ไปเพราะอยากเจอใครบางคนอ่า เหอะ ๆ ก็เลยลาเพื่อนที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ เดินไปแม็คมาสเตอร์ เพราะมันใกล้ กันมาากกก.....พอเข้าไป ก็เจอเด็กฝรั่งเศสนั่งอยู่ เราก็เข้าไปกอดและทักทาย แต่ไม่นาน จู่ ๆ เขาคนนั้นก็ขึ้นมา ส่วนโซเฟีย ไปเข้าห้องน้ำ พอเขาขึ้นมา เขาก็เดินเข้ามากอดเรา เพราะเรานั่งกันใกล้ ๆ บันได ห้องน้ำมันอยู่ด้านล่าง พอขึ้นมา เจอเราก็กอดกันเลย เหอะ ๆ จะบอกว่าเขาแต่งตัวเสป็คเรามาก เสื้อดำ กางเกงสามส่วนที่เขียวขี้ม้า รองเท้าผ้าใบสีขาวดำ ลายหัวกระโหลก หมวกแก๊บมีปีกสีแดง กรี๊ด ๆ ๆ ๆ จริง ๆ ๆ มันออกแนวร็อค ๆ นิด ๆ อ่า ที่จริงเขาจะออกแนวเซอร์ ๆ มากกว่า ไหงกลายเป็นงี้ได้ อิอิ แต่ก็น่ารักดีนะ เราชอบ แล้วไม่นานเด็กฝรั่งเศสจู่ ๆ ก็ลุกไป ลุกไปเข้าห้องน้ำอ่าแหละ แต่นานมาก ๆ ขอบอกเลย ๆ ๆ ๆ เรากับเขาก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ
เนื่องจากเราไปสอบที่มอสโคว์มา เพื่อเอาใบประกาศว่ารู้ภาษารัสเซีย ที่จริง ไม่ต้องสอบก็ได้ แต่้เขาบอกว่าถ้าอยากเรียนต่อที่นี่ต้องสอบอ่า เราก็เลยนะ สอบก็สอบ แล้วประมาณว่า เราก็ซื้อตั๋วรถไฟนั่งไปมอสโคว์คนเดียวอ่าแหละ แต่ไดเร็คเตอร์ดันไปด้วย เพียงแต่อยู่คนละวากอนกัน แล้วเขาก็รู้ว่าเราจะมา พอรถไฟจอดที่มอสโคว์ปั๊บ เราก็ลง เจ๊แกก็เมจเสจมาบอกว่า ฉันอยู่วากอนห้า รอเธออยู่ เราอยู่วากอนเก้า ไง เหอะ ๆ เดินไปก็เจอแก ก็เข้าไปทักทาย แล้วเราก็นัดเพื่อนเอเอฟเอสไว้ ให้มารับ แต่มันดันหาเราไม่เจอ ไดเราเลยโวยวายใหญ่เลยอ่า หาว่าคุยกันภาษาอะไรทำไมไม่รู้เรื่อง นี่ถ้าฉันไม่มาด้วยเธอจะทำยังไง ด่าเราเป็นชุดเลย แล้วเจ๊แกดันเอาเรื่องนี้ไปบอก เด็ก ๆ ที่ริบิ้น เพราะแกไปคุมสอบไง เหอะ ๆ เรื่องก็ถึงหูเขา เขาก็เลยมาถาม ๆ เราว่าเป็นยังไงบ้่าง อะไรประมาณนี้ แล้วก็เล่าว่า เนี่ยะเจ๊แกบอกว่า เรย์อ่า พอถึงมอสโคว์ปั๊บหาเมโทรไม่เจอ และก็ไม่รู้ต้องทำยังไง??? ไอ้ห่า กูทำได้ ถ้ากูมาคนเดียว แต่กูเห็นมึงอยู่กับกูแล้วจะช่วยกูหน่อยจะเป็นไรไป เหอะ ๆ ให้ตายสิ ยับเลยอ่า
 
จากนั้นไม่นานก็คุยเรื่องสอบของเรา
"ได้ข่าวว่าไปมอสโคว์มาเหรอ??" เขา
"อ่าฮะ ไปสอบที่เอ็มแกอูมาอ่า" เรา
"แล้วข้อสอบเป็นยังไงบ้างเหรอ?" เขา
"ก็ไม่ยาก ไม่ง่าย แต่เราโง่เองก็เลยทำไม่ค่อยได้อ่า วันแรกจะเป็นสอบข้อเขียนนะ มีอ่าน แกรมมาและก็ฟังอ่า แต่ฟังอ่ายาก เพราะวิทยุที่เปิดให้ฟังมันเป็นเทปเก่า ๆ ข้างถนนก็มีรถเสียงดัง และก็มีเสียงกระดิ่งเวลาเลิกเรียนดัง ส่วนแกรมมาทำได้ ห้าสิบ ๆ และ อ่านแล้วตอบคำถามก็พอถู ๆ ไถ ๆ ส่วนวันที่สองเราไปไม่ทัน เนื่องจากเราไปค้างที่ทเวียร์ เมืองใกล้ ๆ มอสโคว์ นั่งรถไฟ สอง ชม.ถึง แล้ววันนั้นมันไม่มีรถไฟจากเทวียร์ไปมอสโคว์ก็เลยนั่งรถทัวร์ไป ใช้เวลาสี่ ชม.ก็เลยเลท"
"เธอค้างที่เทวียร์แล้วนั่งรถไฟไปสอบที่มอสโีคว์เหรอ??" ทำหน้าแบบเครียดเล็ก ๆ
"อ่าฮะ เพราะทางเอเอฟเอสไม่หาที่ให้ บ้านเพื่อนที่ใกล้ ๆ มอสโคว์แม่ไม่ให้นอน ก็เลยต้องไปนอนบ้านเพื่อนที่ทเวียร์ แล้วทางเอเอสเอสทีแรกเพื่อนเอาไปปรึกษาโวเลนเทียร์แต่เขาพูดว่า เนี่ยะ มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน มันเป็นปัญหาของเอเอฟเอสที่จะต้องหาที่อยู่ให้เธอเอง แล้วพอเราบอกว่าจะไปค้างที่เทวียร์เขาก็พูดประมาณว่า เนี่ยะ ๆ ๆ ก็หาที่อยู่ให้เธอได้แล้ว แต่เธออยากไปที่นั่นเอง" เราตอบหน้าธรรมดา
"แล้วไปสอบเพื่อที่จะเรียนต่อที่นี่เหรอ??" เขาถามเราอีกครั้ง
"ไม่รู้สิ สอบเพื่อเอาไปแปะฝาบ้างมั๊ง ว่ารู้ภาษารัสเซียอ่า" เราตอบแล้วเขาก็หัวเราะนิด ๆ ๆ เราพูดต่อ "แล้วเมื่อคืนเราไปนอนที่สถานีรถไฟมานะ"
"นอนที่สถานีรถไฟเหรอ?? ทำไมล่ะ??" เขาถาม
"ก็เพราะว่าหลังจากที่เลทจากสอบก็ไม่มีรถไฟกลับเมือง ทางเอเอฟเอสบอกให้นั่งรถกลับไปเทวียร์แล้วค่อยกลับยาโรฯ แต่เราไม่ต้องการก็เลยนอนที่สถานีรถไฟ" เราตอบหน้าตาย ๆ แต่ก็หลบตาเขา นึกภาพ โต๊ะ มีสี่ที่ นั่งคุยกันสองคน เขานั่งมองตาเรา เราก็มองหน้าเขา แต่ก็แอบหลบนิด ๆ บางที เพราะตาเขาสวย แต่จริง ๆ แล้วคนเราเวลาคุยกันมันก็ต้องมองหน้า รึไม่ก็มองตาอ่าแหละ
"แล้วนอนที่ไหนยังไงเหรอ??" เขาถามต่อ
"ก็สถานีมันจะมีสองชั้น ก็เลยขึ้นไปนอนข้างบน เพื่อนบอกว่า เรย์ เธอไม่ใช่ซุปเปอร์เกิลร์นะ มันอันตรายมาก ไม่กลัวโดนทำร้าย รึโดนปล้นเหรอ?? ไปหาห้องพักนอนเหอะ แต่ว่าเราไม่อยากจ่ายตังค์อ่า ก็เลยนอนข้างนอกดีกว่า"
แล้วเขาก็ยิ้ม ๆ ไม่รู้เดะ จำไม่ได้แล้ว แล้วก็คุยเรื่องครอบครัว กันต่อ เพราะว่าแม่เขาโทรมา ว่าอยู่ไหนเหรอ??? แม่รัสเซียนะ เพราะครอบครัวเขาไปบ้านพักกัน (บ้านพักมันเอาไว้ปลูกผัก มันฝรั่งอ่า คนรัสเซียส่วนใหญ่จะอยู่แฟลต) แล้วเขาก็เล่าให้ฟังว่า "เนี่ยะ ตอนที่เขามีค่ายเนี่ยะ แม่และครอบครัวชอบไปบ้านพักกัน ตลอดเลย แปลกดี ทุกครั้งเลย ไม่เข้าใจ แต่ก็ดีแล้ว เพราะมันสะดวกสำหรับเรานะ ที่จะเตรียมข้าวของเพื่อจะไปค่ายเองอ่า" เขาพูดหน้าย้ิม ๆ
"แปลกจังแฮะ" เราตอบ คุยกันประมาณ สิบถึงสิบห้านาที มารีและโซเฟียก็ขึ้นมาอ่า แล้วโซเฟียก็ถามเราบ้าง เราก็จะเล่าละเอียดเพื่อขยายความนิดหน่อย แหะ ๆ
ขี้เกียจอัพต่อแหละ เหอะ ๆ แต่คือ อันนั้นมันก่อนไปเซ็นต์อ่า วันที่ยี่สิบหก เดือนนี้แหละ เหอะ ๆ กลับมาเมื่อเช้านี้เองตอนตีห้า เหอะ ๆ
 
คือเราไม่รู้จริง ๆ ไงว่าควรจะทำยังไงต่อ คือมันเหลืออีกแค่ ยี่สิบแปดวันเอง เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ แล้ว มันตลอดไปที่จะไม่ได้เจอกันแล้ววววว....เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะรักเราซะด้วย ส่วนเราก็ไม่ทำอะไรให้มันคืบหน้า เพราะมัวแต่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ส่วนเขาก็ไม่เคยสนใจ และแคร์เราเลย เหอะ ๆ คุยกันก็ยังแทบจะนับครั้งได้เหมือนเดิม ก็ถ้าวันนั้น มารี และโซเฟียไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำ เราก็คงจะไม่ได้คุยกันเลย หลายครั้งนะ เขาพยายามคุยกับเรา แต่เราก็ไม่รู้จะคุยอะไรตอบ จนเขาชักไม่กล้าเข้าใกล้เราแล้วอ่า เราสัมผัสได้ สุดท้ายเราก็เสียใจ แล้วก็น้อยใจ ทั้ง ๆ ที่เราทำตัวเอง และทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่มีสิทธ์ด้วย เฮ้อออออ..............แต่มันก็ชัดเจนแล้วอ่า ว่าเขาก็ไม่ได้อะไรไงใ ห้ตายสิ พูดทีไรแล้วจะร้องไห้ทุกที มันเจ็บหนืด ๆ ที่หัวใจจริง ๆ นะ เรารักเขาจริง ๆ เหรอ??? ไม่รู้สิ จะรักรึจะหลงค่ามันก็เท่ากันเพราะเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเราอยู่ดีแล้วสุดท้ายเราทั้งคู่ก็จากกันไป เขาก็ลืมเรา เราก็ลืมเขา ทุกอย่างจบ เราตื่นจากความฝันจริง ๆ
 
5月15日

เหมือนจะใช่ปาฏิหารย์

คือว่า "อกหัก" จริง ๆ แล้ว หลังจากที่ไม่ได้เจอกันประมาณเดือนกว่า ๆ พอเจอกันอีกที เราเคยคิดไว้ว่า ถ้าเขาชอบเราจริง เขาต้องดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอเราแน่ ๆ และนั่นก็เป็นสาเหตให้เราเข้าใจแล้วว่า "เขาไม่ได้ชอบเราไง" เหอะ ๆ อันนี้มันเรื่องจริงเลยแหละ เพิ่งเจอกันไปเมื่อวันที่ 10 อ่า ก็ อ่านะ คือ เพื่อน ๆ เขาจากสวิสมาเที่ยวรัสเซีย คล้าย ๆ กับลูกทัวร์ไรประมาณเนี่ยะ แต่เป็นวิธีของการล่องเรือเที่ยวทั่วรัสเซียอ่า เขาก็เลยถือโอกาสไปกับเพื่อน ๆ เลย แล้วเผอิญ วันที่ 10 พ.ค. อ่า เรือมันมาจอดเทียบท่าที่เมืองเรา ก็เลยได้เจอ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เหอะ ๆ
 
อ่านะ ที่ว่าเหมือนจะใช่ปาฏิหารย์ รึ บางทีเราอาจจะคิดไปเองก็ได้นะ ไม่รู้เหมือนกันสิ มันเริ่มจาก เมื่อวันที่ 7 ก.พ อ่า คือหลังจากที่เราได้รู้ว่าเขาบอกว่าเขาชอบผู้หญิงคนอื่น เราก็เลยอกหักใช่ป๊ะ เขาพูดประมาณว่า ผู้หญิงคนนั้นน่ารักดี คือ ผญ.คนนี้มาชอบเขา แล้วก็ตามตื้อเขามาตลอด คือต้องบอกว่าสวยด้วย เพราะ "บาร์บี้" รัสเซียไง ทีแรก เขาบอกว่าเขาไม่ชอบเพราะว่า "นึกว่าเป็นพวกบิช" อะไรประมาณนี้ สักพัก พอรู้จักไปเขาบอกว่า "น่ารักดี" ก็ชอบอ่าอะไรประมาณนี้ พอรู้ได้อย่างนี้ปั๊บ เราก็ร้องไห้ นอนไม่หลับทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไม่ไป โรงเรียน เราไปโบสถ์แทน เืพื่อไปขอให้พระเจ้าช่วย ให้ "ตัดใจได้" อะไรประมาณนี้ เพราะไม่ไหวแล้ว ช้ำ จริง ๆ ทีจริงมันตั้งแต่หลัง คริสมาสแล้วอ่า แต่เราไม่เข็ดไง ก็เลยมาเป็นอีกก่อนวาเลนไทน์ หึ ๆ ๆ อ่านะ เราก็ไปร้องไห้ต่อแท่นบูชาเลย (ดูเอาละกัน ไอ้ส้มเป็นเอามากอ่า) เหอะ ๆ แล้วพอกลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่า เพื่อนรัสเซียของเรา ที่ไม่ค่อยจะส่งข้อความ ไม่ได้ค่อยจะติดต่อกันเท่าไร ส่งข้อความมาบอกว่า "อีก สิบ วันข้างหน้า คุณจะถูกนัดหมาย ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเธอจะเจอคนที่เธอชอบ ถ้าส่งข้อความนี้ไปให้เพื่อน ผญ. อีก ห้า คน"  เราก็ประมาณว่า ส่งอะไรมาฟระ??? ออกแนวไร้สาระนิด ๆ แต่ด้วยความที่กำลังช้ำ ๆ เผื่อจะมีปาฏิหารย์เราก็เลยส่งไป แล้ววววววววววว.....เชื่อไหม??? อีก สิบ วันต่อมา มันเป็นวันที่ 17 ก.พ. วันเสาร์ มันเป๊ะ ๆ ๆ ๆ คือ "คนที่เราชอบ" มาเมืองเราจริง ๆ เพราะ คือ วันนั้น โวเลนเทียร์ จากประเทศชิลี มาดูงานที่เมืองเราอ่า ทางโวเลนเทียร์และไดเรคเตอร์ก็เลยชวน พวกที่อยู่เมืองเรา มีเรา โซเีฟีย วาเลเรีย ไปพบ แต่ไอ้พวกเมืองอื่นนี่ไม่รู้ว่ามายังไง มี ราบาน (เด็กเยอฯ) ฟรานเชสโก (เด็กอิตฯ) และ คน ๆ ๆ นั้น (สวิสฯ) สำหรับฟรานอ่า เรารู้ว่าเขาจะมา เพราะโซเฟียบอก แต่คนอื่นเราไม่รู้ แล้วพอถึงเวลานัดใช่มะ?? เราก็ไปถึงคนแรก ก็ไปเจอวาเลเรีย คือเขานัดกันที่ โรงละครอ่า เราก็ไป แล้วก็ยืนรอกับ วาเลเรีย ในโรงละคร ใกล้หน้าต่าง แล้ว เพื่อนเราก็ส่งข้อความมาว่า พรุ่งนี้วันปีใหม่จีน ทำความสะอาดห้องด้วย ไม่งั้นโชคลาภจะหายไป อะไรประมาณนี้ แล้วพอเราเงยหน้าจากข้อความเพื่อนเรา รู้ไหมว่าเราเห็นอะไร เราเห็นเขาเดินมาตรงหน้าต่างที่เรายืนอยู่ คนแรก และคนเดียวด้วย เพราะหน้าต่างมันเป็นหน้าต่างยาว ๆ เล็ก ๆ ๆ กว้างประมาณ สองฟุตอ่า แล้วพอเงยหน้าจากข้อความ มันเป๊ะ ๆ เจอพอดี เราก็ตกใจ เฮ้ย มึงมาด้วยเหรอ??? อะไรประมาณนี้อ่า เหอะ ๆ คือแบบ แต่พอเราเห็นเขาเราก็ไม่สนใจใช่ป๊ะเราก็อ่านข้อความ และก็ตอบข้อความเพื่อนเราก่อนเลย เหอะ ๆ แล้วไอ้ที่ว่าเห็นคนเดียวอ่า สักพักก็เห็นคนเดินข้าง ๆ มัน มี โวเลนเทียร์ ราบาน และก็ โวเลนเทียร์จากชิลี เหอะ ๆ แบบ เหอะ ๆ นั่นแหละ แล้วพอเจอกัน เราก็ยิ้มให้เขาใช่ป๊ะ แต่เรายังตอบข้อความเพื่อนไม่เสร้จ เราก็เลยยิ้มให้ พอตอบเสร็จเก็บมือถือลงกระเป๋า เราก็เงยหน้ามองอีกที ก็เห็นเขายืนยิ้มให้แล้วก็วิ่งเข้ามากอด (อันนี้ตามภาษาเพื่อน ไม่มีอะไร) พอกันกันเสร็จก็ถามว่าเป็นไงบ้างไรประมาณนี้อ่า แล้วเราก็ไปทักทาย ราบาน (เด็กเยอฯ) กอดกัน แล้วพวกเราก็ไปสมาคมภาษาอังกฤษอ่า ไม่รู้จะเรียกอะไร มันคล้าย ๆ สมาคม แต่มันเหมือนที่เรียนพิเศษมากกว่า เออ ๆ ๆ สถาบันอะไรนั่นแหละ แล้วก็จบ ตกดึกก็ไปดิสโกกัน เราไปดิสโก ไปทำอะไรรู้ป๊ะ เราไปนั่งเฉย ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ จบ ๆ ๆ ๆ เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ไม่รู้สิ ที่น่าพิศวง คือ อีก สิบวัน แล้ว มันสิบวันพอดี ๆ เป๊ะ ๆ ๆ แล้วได้เจอกันคนที่เราชอบใช่ป๊ะ ๆ ๆ เป๊ะ ๆ ๆ ๆ เหอะ ๆ แปลกเนอะ มันอาจจะบังเอิญอ่า แต่มันบังเอิญแบบเป๊ะ ๆ ๆ จริง ๆ
 
เรื่องที่สอง คือไอ้ที่เจอกันเมื่อวันที่ 10 พ.ค. อ่า คือทีแรก เราตั้งใจจะไปมอสโคว์ วันนี้เป๊ะ ๆ ๆ หลังจากที่เราขอไดเร็คเตอร์แล้วเมื่อวันที่ 18 เม.ย กว่า ๆ แต่หลังจากนั้นเราไปไม่ได้เพราะวันเกิด ฮิตเลอร์ และ สตาลิน อ่า เขาบอกว่า คนเอเชียอาจจะถูกทำร้ายอ่า ถ้าไป เลย ไม่มีใครอยากออกจากบ้าน เราก็เลยไม่ได้ไป รู้สึกจะ 20-22 อ่า ก็เลยไม่ได้ไป อาทิตย์หน้าคือ 28-29 อะไรประมาณนี้คือไปไม่ได้เพราะ เราจะไปค้างบ้านเพื่อน แต่เพื่อนไปเข้าค่าย แล้วจะกลับประมาณวันที่ 5 พ.ค. เราก็เลย เออ  ๆ ๆ งั้นวันที่ 10 กูไปแน่ ๆ ๆ คือ แบบเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยมากเลย คือคิดว่าได้ไปแน่ ๆ ๆ อ่า แล้ววันจันทร์ที่ 7 มั๊ง คือคาดไว้ว่าน่าจะไปซื้อตั๋วรถไฟได้อ่า แพลนไว้อย่างดีเลย หลังจากนั้นก็โทรบอกเพื่อนอะไรแบบนี้อ่า แต่ตอนเย็น ๆ ดึก ๆ ของวันจันทร์ดันเกิดมีปัญหาคือ ไดมอสโคว์ กับโวเลนเทียร์ดันไม่อนุญาติซะงั้น เขาบอกประมาณว่า ไม่รู้เรื่องเลย ดังนั้นวันที่ 10 เธอมาไม่ได้อะไรแบบนี้ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม? หลังจากนั้นวันอังคาร อาจารย์ใหญ่ก็นัดเราไปคุย บอกว่าไดเร็คเตอร์เราไม่อนุญาติ เพราะแม่เพื่อนเราไม่ให้นอน คือ แบบว่า อะไรวะ?????? แม่เพื่อนบอกแค่ประมาณว่า "มันหลายวันจังนะ" อะไรประมาณนี้อ่า แล้ว ไดมอสโคว์บอกไม่ได้คุยกับไดเรา แต่ไดเราบอกคุยกับไดมอสโคว์แล้ว ไอ้ห่า ดูดิ อะไรก็ไม่รู้ สุดท้่ายเราก็ไม่ได้ไป แล้ววันที่ 10 คน ๆ นั้นเขาก็โทรหาโซเฟีย บอกว่า เนี่ยะอยู่ยาโรฯ นะ มาเจอกันหน่อยได้เปล่า??? ประมาณนี้อ่า แล้วโซเฟียนะ โซเฟีย บอกเราว่าเนี่ยะ ตอนนี้จูเลียโนอยู่ที่ยาโรฯ นะ กับเพื่อน ๆ สวิส เนี่ยะ เราจะไปหาเขากับเพื่อน ๆ นะ แต่เธอก็ด้วยเรย์
!!!!ไอ้ห่า แล้วมาเจอไรกันตอนนี้ เราก็นะ เฮ้ยกูจะไปดีไหมวะ สุดท้ายก็ไป  คือไอ้ที่เหมือนกับปาฏิหารย์คือ เรือของเขา มาจอดที่เมืองเราพอดิบพอดี แค่วันเดียวด้วย กับที่เราต้องการจะไปมอสโคว์คือ ไม่มีใครรู้ว่าเรือจะมาจอดวันที่ 10 เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาวันนี้ด้วย คือใจนึงคิดจะไปดีไหม?? ไปทำอะไรเล่า??? ไปก็ต้องไปอยู่แค่ตัวคนเดียวเพราะ เขาพูดอิตาเลียนได้ อยู่กับเพื่อนจากประเทศเขาเขาก็พูดเยอฯ เฮ้อออ.....สุดท้ายก็โดนโซเฟียลากไป เขาพูดประมาณว่า "ยา ปาอีดู, เรย์ ตึย โตเช!" มันประมาณว่า เราจะไปนะ เรย์ เธอก็ด้วย อะไรแบบนี้อ่า ทำไมไม่ถามวะว่า จะไปด้วยกันไหม จูลี่อุตส่าห์มานะ เปล่าเลย ให้ตายสิ อ่านะ ๆ ๆ คือเราใจจริงแล้วไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไรอ่า ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก ดังนั้นก็เลยไม่ได้พูดอะไร ก็เลยปล่อยเลยตามน้ำ เลยตามเลย แล้วเราก็ไม่คิดว่าจูลี่มันอยากจะเจอเรามากไปกว่าที่อยากจะเจอโซเฟีย และวาเลเรียอ่า แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ดังนั้นเราก็อกหักไง แล้วเราก็แอบน้อยใจพระเจ้าว่าทำไมทำกับเราแบบนี้ ถ้าไปเจอก็น่าจะมีความสุขสิ แต่แบบนี้เจอก็เหมือนกับไม่ได้เจอ เราก็เลยเสียใจแล้วก็นั่งร้องไห้ เข้าข่ายเดิม ที่จริง เราควรเข็ดตั้งนานแล้ว แต่ดันไม่เข็ด ยังคิดยังฟุ้งซ่านไปได้ ก็สมควรและเนอะ เหอะ ๆ สุดท้ายก็ไม่มีไรแล้วแหละ คล้าย ๆ ปาฏิหารย์มั้งนะ เหอะ ๆ
 
5月8日

Chrestfallen girl Vs Futureless guy

อกหัก ก็เลย กลายเป็นแม่สาวคอตกไป
นอกจากอกหักแล้วก็ยังไร้อนาคตอีก

เนื่องจาก เอเอฟเอส รัสเซีย ไม่ให้เดินทาง ไปไหนมาไหนคนเดียว
เรื่องมีอยู่ว่า เรื่องที่ส้มตัดสินใจเลือกที่จะมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศรัสเซียคือ "อยากได้ทุนเรียนต่อที่มหาลัยที่นี่" แม่เคยบอกว่าเคยดูโทรทัศน์ ท่านทูตบอกว่ารัสเซียอ่า มีทุนเยอะมาก แต่เด็กไทยไม่ค่อยมีใครสนใจกัน เราก็เลยคิดว่า ถ้าเราได้ตรงนี้ เราก็จะมีโอกาสที่ดีในชีวิตมากขึ้น เราก็เลยตัดสินใจมาเป็นเอเอฟเอส รัสเซีย เพื่อ "ภาษา" แต่ใครจะไปคิดว่าชีวิตเรามันจะแย่ขนาดนี้ ที่นี่ตั้งแต่อยู่มาหาความสุขแทบไม่ได้ จริง ๆ มันควรจะเป็นนะ ก็เดือนแรก ๆ อ่า เพราะยังปรับตัวไม่ได้ แต่จนถึงทุกวันนี้เราก็ยังปรับตัวไม่ได้อยู่ดี เหอะ ๆ สามเดือนแรก เราก็ร้องไห้เพราะเราคิดว่าเราเสียเวลาไปฟรี ๆ หนึ่งปี เพื่ออะไรก็ไม่รู้ ห้าเดือนต่อมาเราก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ จนถึงทุกวันนี้เลยแหละ หึ ๆ ไม่แน่ว่าตอนกลับ รึกลับไปแล้ว เราก็จะรู้สึกว่ามาทำไมที่นี่อยู่ดี เสียดายเวลาเข้ามหาลัยจริง ๆ กลับไป เราก็ไม่รุ้ว่าชีวิตจะไปทางไหนดี เฮ้อออ......ทุกทางก็คือเราก็เสียเวลาอยู่ดี สวรรค์ให้ทางเลือกเรามาเพียงแค่ สามทางเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่นเลย หนึ่งคือ "เข้า ม.เอกชน" ถามว่าเราอยากเข้าไหม??? คำตอบคือ "ไม่" เราไม่ได้ดูถูกนะ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบ ระหว่างเด็กที่จบ มาจาก ม.เอกชน กับ ม.รัฐบาล เวลาไปสมัครงาน เขาจะพิจารณาใครมากว่ากันล่ะ??? คำตอบง่าย ๆ รู้เลย ถึงแม้ว่า เด็กที่จบจาก ม.เอกชน อาจจะเก่งกว่า แต่เขาจะรู้ได้อย่างไร พิจารณาเกรดเฉลี่ย เหรอ??? มาตรฐานการให้เกรดมันเหมือนกันทั่วประเทศรึเปล่าล่ะ??? เหอะ ๆ

สองคือ ซ้ำชั้นไง ฮ่า ๆ ขอโทษทางนั้นอ่า เราไม่เลือกแน่ ๆ แน่ ๆ นอน ๆ เลิกคิดไปได้เลย อะไรที่พูดไปแล้วว่าเราไม่ทำ เราก็จะไม่ทำ
สามคือ รอเอนท์ ปีหน้า หึ ๆ แล้วคิดว่าถ้า รอเอ็นท์ ปีหน้า โอกาสที่เราจะติดมีร้อยเปอร์เซ็นต์รึไง?? เหอะ ๆ พยายาม พยายาม จะต้องพยายามไปถึงเมื่อไรกัน
โอ้ยยยย............ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ตอนนี้ตังค์ก็หมดแล้วด้วย เหอะ ๆ ตั้งแต่ ก.พ.มา เราใช้ตังค์เกินเหตุไปจริง ๆ อ่าแหละ เฮ้ออออออออ...........ต้องหยุดใช้ตังค์จริง ๆ แล้วแหละ ให้ตายสิ หมดไปกับโครงการนี้ เกือบ ๆ หกแสน แล้วนะ เซ็งว่ะ สงสารครอบครัวเราจริง ๆ เราจะไม่ใช้ตังค์สุรุ่ยสุร่ายอีกต่อไป นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์กับความโง่ของเรา เหอะ ๆ จำไว้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เซ็ง ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีตังค์แล้วววววว จน เครียด กินเหล้า กรี๊ดดดดดดดดดด.........ชีวิตย่ำแย่ หึ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีความสุขเลยจริง ๆ เซ็งเว้ยยยยยยยยยยย...............อกหัก ไม่มีตังค์ และ ไร้อนาคต ทำไมชีวิตมันย่ำแย่อย่างนี้ฟระ????? ให้ตายสิ แม่บอกว่า จะส่งให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วตังค์อ่า เหอะ ๆ ดีเหมือนกัน จะกลับอยู่แล้วล่ะวะ ให้ตายสิ
 
ปล. สุขสันต์วันเกิดพี่แฮ็ค
 
5月7日

Can't stop. Gotta relieve this feelings out!!!!

Haven't seen him for a long time, Since Apr. til now. All my feeling has oppressed inside of my heart hrrr::::Accepting I miss him, I miss him til my heart will be shattered!!! I'm anguishing and pining so much. T_T According to me I'm one of his friend but his close friend. So why must he miss me??? There's no reason for this.
It's impossible! So I CANT STOP THIS FEELING!!!!
 
Our time is near the end now! We've a time just only 1 month remains but an opportunity to see him again is like the oil {the valueble source of this world} Still not exist any longer. One day will be used up! Yes our time just likes that. I've realized about this for along timeee...Now we've only about 40 more days remain and the opportunity to see each others again is just maximum 10 days and minimum 1 day. I mean "THE LAST DAY" This's about my thought but I dun know exactly about these all. After that day, well It's about forever that we can not meet and see each others again..............So sad!!!!!!!!!!!!!
 
The time is in front of my face reminds me what to do before we'll be away from this place.......Russia...........
 
Now he's my weakest point. He can call my tears from the inside of my heart the most, He can drag me down to a sorrow. Accepting, I'm anguishing about him so much. I've never ever been like this before i met him. So it'll be my bitter lessons. Now i've a loneliness to be my best friend and I'm looking forward to see you over and over again.
 
Many people said and asked me "What has he done with you?" "Did he give you some enchanting drugs?, Didn't he"
"Why have you been so crazy about him like this?" And you know?? What did i say to those people back??
ha ha ha I said them back "According to him, I don't think that those drugs will be important for him. He doesn't need them!
Cuz just only his beautiful face, his pretty habit and his nice merits, They are the best wonderful weapon from the heaven that make all girls enchant and crazy about him!!!!! Am i right??? Yes, Look at me!!! and you'll understand why. ha ha ha Then i've tried so hard to restraint about him to stop all this feeling , Can somebody help me??? Ah!!!! I'll show my new poem ha ha ha
 
I've been creating many poems about him cuz I miss him til I'll become a Poet
Cuz I'm a daughter of Robert Burns {Scottish poet who composed "Auld Lang Syne"}
And I learn these all from William Shakespear {English playwriter, his master piece is Romeo and Juliet}
All poems that I hear from George Byron Gordon {English Poet}
I'll remember in my heart to forward to my dear............
 
Okay Let's see!!!!!!!!!!!!!
 
Pining And Paining
 
"So far, Gone far for long time and miles;
As stars had ever shined now fading out.
I had ever gazed, relized those all for a whilst;
What was I pining about?
 
O, Dear, I could find my answers in the stars;
They'd be so beautiful if without all my pain.
We were far away in two parts then pined so far,
For over and over again and again.
 
That was the more I pined, the more i pained:
Pining from someone whom I missed,
Paining from that one who was just friend.
O those seemed like my life's light never lit.
 
Along this way seemed my love was over;
As furthest couldn't pretend to be near,
Though these caused me not better,
Pining, Paining those all for a year."
 
                                                               Ray Charlotte