Ray レイ 的个人资料Mad Ray's Sp@ce*-)照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月25日

อุปมาดั่งใบมีดค่อย ๆ กรีดลึกลงกลางใจ

อุปมาดั่งใบมีดค่อย ๆ กรีดลึกลงกลางใจ

"ภาพทุกอย่างมันสลัว สลัวเรือนรางถ้าไม่ได้ใส่ใจไปกับมัน แต่สำหรับคนที่ใส่ใจลงไปทั้งดวงแล้ว มันเป็นภาพที่ชัดยิ่งเหลือเกิน แสงไฟสลัว สลัวที่ดูมีสีสัน ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักของเธอและหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน  ค่อย ๆ เริ่มโลมลูบกัน ทั้งคู่ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ไปตามไฟแห่งความร้อนแรงของหนุ่มสาว ริมฝีปากบางสวยของชายหนุ่มและหญิงสาวค่อย ๆ เผยอ ออกและค่อย ๆ สัมผัสกัน ด้วยรสชาติแห่งความร้อนแรงนั้น ภาพนั้นบาดใจบาดตาคนที่กำลังยืนมองได้อย่างแสบทรวง หญิงสาวผมดำ แต่งตัวทะมัดทะแมง ที่ยืนมองอยู่ค่อย ๆ หันหลังกลับไป ภาพนั้นเป็นภาพที่บาดลึกได้ถึงใจเธออย่างยิ่ง หยาดน้ำตาใส ๆ ค่อย ๆ คลอเบ้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด วินาทีนั้นเธอไม่สามารถที่จะยืนอยู่ตรงนั้นได้ต่อไป ใจของเธอค่อย ๆ แตกสลาย แต่สมองยังคงทำงาน และสั่งให้เธอสั่งให้วิ่งออกไปให้ไกลจากตรงนี้....จากตรงนี้...ด้วยน้ำตา"

 

เมื่อวันที่ 23-24 ทางเอเอฟเอสในรีเจียนเราจัดโปรแกรมไปเมือง "ลูบิม" คือแล้ววันที่ 22 เขาก็บอกว่าจะมายาโรฯ เพราะครอบครัวเขาไม่อยู่บ้านกัน ทีแรกจะมาค้างบ้านเรา แต่เขารู้ว่าเพื่อนเราจากอีกเมืองมันมาค้างอยู่ ก็เลยโทรหาโซเฟีย ส่วนเพื่อนเราอีกคนที่เป็นเพื่อนซี้กับมันก็เพิ่งกลับมาจากมอสโคว์พอดีก็เลยได้มานอนบ้านเรา รุ่งเช้าพวกเราก็นัดเจอกันที่จตุรัสแดง(ในเมืองเรานะ ไม่ใช่มอสโคว์ เหอะ ๆ) เรากับเพื่อนเราก็เลทอ่า ประมาณเกือบครึ่ง ชม. เหอะ ๆ อ่านะ แล้วก็นั่งรถไปกัน ช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่เราสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้สนใจเราเลยแม้เพียงแต่น้อยนิด ไม่เลยจริง ๆ ๆ เขาไม่ได้รัก ไม่ได้มีใจ ช่วงนี้ก็ทำกิจกรรมกันที่แคมป์อ่า (แต่พวกเราไม่ได้ค้างที่แคมป์นะ) แค่ไปเพียงไม่นานอ่า ก็พวกฝรั่งเล่นวอลเล่ย์ นั่งเรือแจว มีคอนเสิืรต์ งานวัด บลา ๆ ๆ ๆ อะไรทำนองนี้อ่า แล้วจากนั้น เที่ยงคืน พวกเราก็ไปต่อที่ดิสโก้กัน อื้ม ตรงนี้แหละ ที่ทำให้เรา....อ่านะ

"เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนจะขึ้นรถไปดิสโก้ เราคิดไว้แล้วว่าเราจะตัดใจจากเขาให้ได้สักที เพราะมันเหลือเพียงแค่ 4-5 วันเท่านั้น เท่านั้นจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดชอบ คิดรัก ติดใจอะไรกับเราด้วย เราก็เลยเอาว่ะ เจ็บหน่อยก็ต้องทน ทำใจเอาละักัน เหอะ ๆ แต่ หลังจากพวกเราถึงดิสโก้ปั๊บ มันก็ไม่เชิงดิสโก้หรอก มันเหมือนกับงานพรอมของ รร. มากกว่า แต่ก็ทำเป็นดิสโก้ให้เด็ก ๆ ไปสังสรรค์ไรเงี่ยะ แล้วพวกเราเป็นเด็กต่างชาติก็เหมือนกับเป็นแขกอ่าแหละ ก็เลยถือโอกาสได้เข้าไปสักกะดี พอเข้าไปปั๊บ พวกเด็กเอเอฟเอสก็ยืนล้อมวงกันเต้น อะไรแบบนี้อ่า แล้วก็มี ผญ. เกรดสิบเอ็ดของ รร.แหละ เข้ามาทักทาย ส่วนเราก็เจอเพื่อนเก่าคนนึง เพราะเราเคยมาลูบิมแล้วเมื่อเดือน มี.ค. ก็ออกจากกลุ่มเอเอฟเอส ไปอยู่กลุ่มเล็ก ๆ เข้าไปทักทาย เข้าไปเต้นกับเขา แล้วคือว่ามันมีเพลงช้าอ่า คนนั้นมันก็บอกให้เราโอบคอ เราก็นะ เพื่อนกันไม่เห็นคิดมากเลย แล้วก็โอบเอวเรา เราบอกตรง ๆ ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ก็แค่เพื่อนกัน เขาประมาณว่าเป็น ผช.ที่ชอบเพลงพังค์คล้าย ๆ เราอ่า ก็เลยเออ ๆ อะไรแบบนี้อ่า ส่วนเขาคนนั้น ก็เต้นกับเพื่อน ๆ ๆ ประมาณนี้อ่า สักพัก ยาย ผญ.คนนึง ผมสั้น ๆ แต่งตัวชุดงานพรอมอ่า ดูร่าน ๆ แรด ๆ ๆ ตามประสาบิชชี่ เกริล์อ่า ก็เข้ามายืนใกล้ ๆ เขา ส่วนเราก็เต้นอยู่กับ ผช.คนนั้น สักพัก สองคนนั้นก็เริ่มปลีกตัวออกจากกลุ่มอยู่สองคน ออกมายืนข้าง ๆ ใกล้ ๆ วง แล้วก็เต้นรำกัน สักพักเต้น ๆ ไปมา ทางด้านจูก็ค่อย ๆ เลื่อนมาเจอเราพอดี  เราก็หันไปมองเขา แล้วเขาก็หันมามองเรา แต่คือเราก็โอบคอกับคนนั้นอยู่ไง แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นอ่า เหอะ ๆ แล้วสักพักอีกที จูก็เริ่มลูบไล้สะโพก ผญ.คนนั้น แล้วก็ ผญ.ก็ร่านใช่มะละ ก็ค่อย ๆ เผยอปาก จูก็เผยอปากรับ แล้วก็จูบกัน เราเห็นภาพนั้นพอดี เราทนไม่ไหว เราก็เลยเลิกเต้นกับไอ้นั่น แล้วก็หันหลังกลับไป ไม่มอง สักพัก เราก็ทนไม่ไหวแล้วก็เลยวิ่งไปห้องน้ำ แล้วก็ร้องไห้ แล้วก็ส่งข้อความหาเพื่อนซี้ที่ไทย "ไอ้นุ่น" แล้วสักพักเราก็ออกไปตรงแถว ๆ นั้นไหม ปรากฏว่าคู่นั้นเขาก็ยังคลอเคลียกันอยู่ เราทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เราก็วิ่งออกไปข้างนอก ตอนนั้นมันเป็นเวลาประมาณ ตีหนึ่งครึ่งของวันที่ 23 เราก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่เทวียร์ แล้วก็คุยกับมัน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก แล้วเด็กรัสเซียที่มาต้อนรับพวกเราที่เมืองนี้ เขาก็เห็น เราก็บอกว่าอย่าเขาไปบอกใครนะ ปรากฏว่าเรื่องดันรู้ไปถึงหู ฟรานเชสโก แล้วฟรานก็เอาไปบอกทุกคน แล้วเพื่อนคนไทย อลิส โซเฟีย และ วาเล ก็ออกมาหาเรา เราก็บอกว่าคุยโทรศัพท์กับพลอยอยู่ เราก็เช็ดน้ำตาแล้วก็วิ่งกลับเข้าไปในงาน แล้วเราหันหลังกลับไปอีกที เราเหมือนจะเห็นจูลี เดินกับกลุ่มโซเฟียอยู่แว๊บ ๆ ๆ บางทีเราอาจจะตาฝาดเพราะมันมืดมาก ๆ รึอาจจะเฮิร์ทหนักจนบ้าไปแล้วก็เลยเห็นภาพหลอนมั๊ง

ก็เป็นประมาณนี้อ่าแหละ เราก็เจ็บช้ำ แล้วก็ไปนั่งอยู่คนเดียวข้างห้องน้ำ แล้วอลิสเพื่อนคนไทยเราก็มาหาเรา แล้วเด็กรัสเซียเจอเราก็มาหาเรา เราก็ถามว่าจะกลับกันกี่โมงเหรอ เขาก็บอกตอนนี้แหละ แล้วตอนกลับ ผญ.คนนั้นกับจู ก็จูบลากัน ต่อหน้าต่อตาเราเลย จริง ๆ ๆ แล้วฟรานเชสโกก็บอกว่า จูลี่ ๆ ๆ พอเรา ตะโกนแบบไม่พอใจอ่า คือทุกคนไม่พอใจมาก ๆ ที่จูทำแบบนี้ เพราะ ผญ.มันสกปรกอ่า แล้วเท่าที่ผ่านมา จูไม่เคยอะไรกับ ผญ.ในดิสโก้อ่า อาจจะเคยแต่ก็ไม่ได้มากมาย บ่อยขนาดนั้นอ่า อาจจะแค่ครั้งสองครั้ง ใช่ ๆ ๆ ทุกครึ้งที่เขาเข้าดิสโก้กับเรา เราไม่เคยเห็นเขาจะทำอะไรแบบนี้อ่า คือเขาหน้าตาดี ดีมาก ๆ ๆ ด้วยแหละ หล่อเลย ผญ.ก็ต้องชอบ ถ้าอ่อย ผญ.คนไหน ผญ.คนนั้นก็เอาอ่าสิ แต่เรารับไม่ได้จริง ๆ นะ มันเป็นสิทธิ์ของเขาด้วย แต่เราทำใจไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ พองานเิลิกเราก็เดินกลับที่พักไปกับโวเลนเทียร์ที่ทุกคนรังเกียจ ส่วนคนอื่นก็ไปเดินเล่นกัน เช้าวันที่ยี่สิบสี่ ตื่นเช้ามา เราไม่มองหน้าเขาเลย ไม่จ้องไม่มอง แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะเขาเป็นเพื่อนเรา แต่เรื่องเมื่อคืน มันบาดใจเราจริง ๆ เชื่อไหมว่าตอนที่เรากำลังนั่งอัพอยู่ เราก็ร้องไห้ไปด้วย มันเจ็บจริง ๆ แล้วจะจากกันอยู่แล้วอ่า แ่ต่ทุกอย่างก็ยังไม่คืบหน้า แล้วมันจะต้องจบลงไปอย่างนี้จริง ๆ กลับไปเราก็ต้องลืมเขา ส่วนเขาก็คงลืมเราตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินแล้วแหละ เหอะ ๆ

จบเหอะ พอแล้ว ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตอนนี้เราลบรูปเขาจากมือถือไปแล้วนะ เรื่องที่ผ่านมาเราจะไม่คิดไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างต้องลืม ต้องจบ

6月8日

ร้องไห้? อีกแล้วเหรอ?

เมื่อวาน เพื่อนคนไทย กับเขามาค้างที่บ้าน! เนื่องจากวันนี้พวกเขาจะไปเมือง นิซนี่ นอฟกอรอดกัน แล้วรถไฟจากเมืองของพวกเขามันไม่มี ที่จริงเราตกลงกับเพื่อนคนไทยของเราว่า เออ รถไฟมันออกแต่เช้านะ ตั้งแต่หกโมง ถ้ามึงมาจากเมืองมึง มึงไม่ทันแน่ เพราะมันมีแค่รอบเดียว ดังนั้นมึงก็มาค้างบ้านกูแหละ! แล้วเมื่อวานก็เลยมา รู้สึกจะถึงตอนบ่าย ๆ แต่เผอิญ ไปดูไพรเรทมา อยู่ในโรงหนังต้องปิดมือถือ ตอนห้าโมงกว่า ๆ ออกจาก โรงหนังปั๊บ มันก็ส่งข้อความมาว่า "กูกับผัวมึงตอนนี้อยู่ที่ยาโรสลาฟ ได้รับข้อความแล้วโทรกลับด้วย" เราก็เลยโทรกลับ มันก็บอกว่าเนี่ยะ ถึงแล้ว แกมาที่สถานีรถไฟเลย พวกเรากำลังซื้อตั๋วอยู่ แล้วเราก็ถามว่า เอ้า ก็ถ้ามาด้วยกัน มึงก็นอนบ้านกู แล้วเขาจะนอนที่ไหนล่ะ?? มันก็พูดประมาณว่า อาจจะบ้านเด็กอิตาลี ชื่อ วาเลเรีย แต่เห็นเขาก็เกริ่น ๆ ทีแรกจะนอนบ้านมึง ไอ้เราก็ตอบกลับไป เฮ้ย กูไม่ให้มันนอนนะ เพราะถ้ามันมานอนมันเสร็จกูแน่ 5555+++ ล้อเล่น ๆ ๆ เหอะ ๆ อ่านะ เราก็พูด ๆ ไปว่า ไม่ให้นอนอะไรแบบนี้อ่า คุยโทรศัพท์กันอยู่ แล้วมันก็ถามเราว่า โทรไปตั้งหลายรอบ ไปตายอยู่ที่ไหนมาเนี่ยะ เราก็บอกดูไพรเรทอยู่ แล้วมันก็ด่าเรา ให้เขาได้ยินว่า ฟัค ยู เรย์ แล้วมันก็เอาโทรศัพท์เพื่อนเรา พูดคำเดียวกับเพื่อนเราว่า ฟัค ยู เรย์ บ้า ๆ ๆ ดี เหอะ ๆ อ่านะ แล้วเรากับโซเฟีย ที่ออกจากโรงภาพยนตร์ก็ไปที่สถานีรถไฟกัน พอถึงพวกเขาก็ซื้อตั๋วกันอยู่ คนที่จะไปก็มี สามคน มีเพื่อนเราคนไทย เขา และวาเลเรีย เจ๊ โซเฟียฉันวีนแตกเลยอ่า ว่าวาเลเรียจะไปทำไมไม่บอกกันบ้างเลย? ทั้ง ๆ ที่เป็นอิตาลี เป็นเพื่อนกันแท้ ๆ ๆ อะไรแบบนี้อ่า เขาก็พูดให้เราฟัง เราก็บอกไปว่า บางที วาเลอาจจะยังไม่ชัวร์นะ แต่โซเฟียก็บอกว่ามันไม่สำคัญหรอก ที่เราอ่า เรามีอะไรเราก็บอกเขาทุกอย่าง แต่ดูสิ ฉันดันรู้เรื่องจากแค่จูเลียโน แล้วก็เธออ่า อะไรประมาณนี้แหละ จำมะค่อยได้ อ่านะ ๆ ๆ แล้วพวกเราหลังจากซื้อตั๋วเสร็จ ก็นั่งรถจะไปบ้านวาเล โซเฟียน้อยใจ บอกอย่างเดียวจะกลับบ้าน ๆ ๆ เราเหนื่อย ทั้ง ๆ ที่เรากับจูเลียโนก็พยายามบอกว่า เฮ้ย ไปเหอะ เราก็พูดให้โซเฟียฟังว่า เนี่ยะ เมื่อก่อนอ่า มีอะไรพวกเธอก็ด้วยกันตลอดไม่ใช่เหรอ?? ทำไมไม่ไปล่ะ??? เขาก็บอกว่า เราเหนื่อยอ่า แล้วก็นั่งรถไป บ้านโซเฟียใกล้กับวาเล ก็นั่งรถสายเดียวกันไปนะ แล้วไม่นานโซเฟียก็ลง แล้วก็มานัดแนะเราว่า พรุ่งนี้ สิบโมง เจอกันที่ รร.นะ ห้ามเลท เพราะเราไม่อยากอยู่คนเดียวใน รร.อ่า พอตกลงกันได้ จูก็หันมาถามเราว่าเนี่ยะ ไปบ้านวาเลเรียกันก่อนนะ จากนั้นค่อยกลับบ้าน แล้วค่อยบอกอะไรก็ไม่รู้อ่า ฟังไม่ถนัด เพราะมันพูดรัสเซียใส่ ตอนพูดมันทำหน้าแปลก ๆ ก้ม ๆ หน้า มองนิ้ว ห่าเหวไรมะรู้ ไม่ได้สนใจ เพื่อนเราก็มันก็ค้างบ้านเราชัวร์ใช่มะ ก็ต้องไปด้วยกันอ่าแหละ แล้วก็นั่งรถกันไปอย่างที่เล่า โซเฟีย ถึงป้าย บ้านตัวเองก็ลง พวกเราก็นั่งต่อไปอีก สองป้าย แล้วก็ถึงบ้านวาเล พอถึงบ้านวาเล ปั๊บ เขาก็บอกว่าเนี่ยะ ฉันไม่อยากนอนบ้านวาเลเลย เพราะครอบครัวเขาเป็นโวเลนเทียร์เีกี่ยวพันกับเอเอฟเอส แล้วพวกเราจะไปเมืองนิซนี่กัน โดยไม่มีใบอนุญาต เดี๋ยวเขาก็มาวุ่นวายแล้วก็ห้ามไม่ให้ไปอีก เอาละสิ แล้วมึงจะนอนที่ไหนล่ะเนียะ??? เราก็คิดในใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า มันสนิทกับโวเลนเทียร์คนนึงเพราะ ผญ.คนนั้นเขาไปสวิสมา เขาพูดภาษาเดียวกัน แล้วเราก็ถามว่าเนี่ยะบางทีอาจจะถามนาตาชาก็ได้นะ โวเลนเทียร์อ่า เราก็ถามประมาณว่า เฮ้ย โทรไปหานาตาชารึยัง?? อะไรทำนองนี้ จำบ่อได้ เขาก็บอกก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า พี่และครอบครัวของวาเลอยู่บ้านรึเปล่า?? แล้วแทนที่ถึงบ้านวาเลปั๊บ ควรจะชวนพวกเราเข้าไป แต่วาเลดันเข้าบ้านไปคนเีดียวซะงั้น (มันเป็นแฟลตอ่า แล้วมีประตู) แล้วเขาก็พูดว่าเนี่ยะ วาเลเรียไปดูว่าพี่และครอบครัวเขาอยู่้บ้านรึเปล่า แล้วปรากฏก็ไม่รู้ รู้สึกจะอยู่มั๊งนะ สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าบ้านวาเล แล้วก็เลยเดินไปบ้านเรา แล้วก็แวะร้านค้า จูลี่ก็โทรหานาตาชา ถามเรื่องที่นอน แล้วเขาก็บอกว่าเนี่ยะ พรุ่งนี้นาตาชามีสอบนะ เราก็เลยบอกไปเลยว่า ไม่เป็นไรหรอก เห็นหน้ามันแอบยิ้มด้วยมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด สุดท้าย ก็ต้องกรูอีกแหละ โทรถามยายว่า เนี่ยะพาเพื่อนไปบ้านได้ไหม??? ยายก็บอกว่าได้ สุดท้ายเราสามคนก็เข้าไปบ้านเรากัน เป็นแฟลตอีกเช่นเคย อ่านะ ๆ ๆ ส่วนวาเลเรีย กลับบ้านไปซะงั้นอ่า เหอะ ๆ อ่านะ ๆ ๆ แล้วก็ขึั้้นไปก็เจอยาย โทรศัพท์ดันมา ยายคุยเสร็จเราก็วิ่งเข้าไปขอ ให้เขานอนด้วยได้ไหม??? พวกเราสามารถนอนในห้องรับแขกได้ ส่วนยายไปนอนในห้องหนูละกันนะคะ เพราะ แฟลตยายมี สามห้องนอน แล้วสองห้อง ให้เด็ก ผช. สองคนเช่าไปแล้ว ห้องนึงก็ให้เราอยู่ส่วนยายปกตินอนในห้องรับแขก อ่านะ ดังนั้นเราสามคนก็นอนในห้องรับแขก กันคืนนั้น แล้วพอจัดที่นอนเสร็จ เราก็พาสองคนนั้นไปกินข้าว อีนั่นกระแดะอยากจะกินมักกะโรนี กับเนื้อทอด คือมันมีพอดีไงที่บ้าน เราก็บอกก็เอาสิ แล้วเพื่อนคนไทยเราก็ทำให้เขา กินเสร็จ ก็ไปดูหนังเกาหลีกัน เราก็กรี๊ด กร๊าด วี๊ด ว๊ายยย เพราะพระเอกหล่อไรเงี่ยะ เออ เราว่าเขาก็คงแอบกลัวเราอยู่แหละ ฮ่า ๆ ๆ อ่านะ ๆ ๆ หนังจับก็นอน ตื่นมาตีสี่ ก็กินอาหารกัน เรากินชาถ้วยเดียว กับช๊อกกาแลต สองก้อน เล็ก ๆ ๆ เขาก็ถามว่า ไม่กินข้าวเช้าเหรอ??? เหอะ ๆ อ่านะ ๆ แต่ตลอดคืนอ่า มันอ่า บ่นทั้งคืนเลยว่า ยุงกัด รำคาญยุง ฉันเกลียดยุง เหอะ ๆ ออกแนวน่ารำคาญนิด ๆ อ่า เหอะ ๆ แต่ก็เข้าใจ ๆ ๆ แล้วพอตอนกลับนะ ยังไม่ได้ยินคำขอบคุณเลยอ่า เหอะ ๆ ทีไปบ้านเด็กไทยคนอื่นนะ แค่ไปดูหนังกินข้าว ขอบคุณซะยกใหญ่ ของเราพอตอนลาดันกอดกันเบา ๆ ๆ แล้วก็พูดว่าลาก่อน แล้วมันก็รีบเข้าไปในรถไฟ แล้วมันก็ยืนมองเราสักพัก แล้วยกสองนิ้วขึ้นมา แล้วพูดว่าแล้วเจอกันนะ แล้วก็เดินเข้าไปในตัวรถไฟ จบ ๆ ๆ เพราะตอน หกโมงจะเจ็ดโมง คือ รถไฟมันออกไง เราก็ต้องไปส่งเดะ เหอะ ๆ อ่านะ ๆ จบ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้ววันนี้ เราก็เล่าให้โซเฟียฟังว่า เมื่อคืนจูเลียโนนอนที่ไหนเหรอ?? เราก็บอกไปว่าบ้านเรา โซเฟียก็ถามว่า ทำไมเหรอ??? เราก็บอกว่า ก็เขาไม่อยากค้างบ้านวาเล เพราะบ้านเขาเกี่ยวข้องกับเอเอฟเอส แล้วพวกเราจะไปเที่ยวเมืองอื่นโดยไม่มีใบอนุญาตจากประเทศตัวเอง ก็กลัวว่า เขาจะยังงั้นยังงี้ ทั้ง ๆ ที่ก็ขอไดเร็คเตอร์ได้แล้วอ่านะ อย่างที่สองคือ หลังจากนั้นก็โทรหานาตาชาโวเลนเทียร์ ที่จริงก็นอนได้ แต่ว่าเจ๊แกมีสอบก็เลยบอกว่า ไม่ ไป เหอะ ๆ โซเฟียก็ทำหน้าอย่างมีเลศนัย มองมาที่เรา เหอะ ๆ ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไร เหอะ ๆ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดร๊อก โซเฟีย ก็แค่สะดวกมากกว่าละมั๊ง แต่ที่จริงเขาควรจะนอนบ้านวาเลนะ เพราะอิตาเลียนด้วยกัน คุยกันรู้เรื่องมากกว่า มาค้างกับพวกเด็กไทย เหอะ ๆ แล้ว ผญ. สองคนซะด้วย เหอะ ๆ เพื่อนเรานอนบนโซฟา มันนอนพื้นไป (จะบอกว่าไอ้เบาะนุ่ม ๆ อ่า มันมาจากเตียงในห้องเรานะ แล้วก็ผ้าห่มด้วย เหอะ ๆ คืนนี้จะนอนดม กร๊าาาากกกก....) แล้วเราก็ลากเตียงเหล็กมานอน เหอะ ๆ คนละมุมกัน ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่น เหอะ ๆ
 
แล้วที่ว่าร้องไห้ ก็เพราะ รู้ไหม???ว่า มันเหมือนกันกับว่า ยิ่งอยู่ใกล้กันเท่าไร ก็ยิ่งห่างไกลกันมากขึ้นเท่านั้น เราร้องไห้เพราะเราก็เสียใจนะ ที่เขาไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบเรา เหมือนที่เราคิดกับเขา แต่เราระลึกคำที่ เต้ บอกไว้เสมอว่า รักให้เป็น มันบอกว่าก็เพราะแกคาดหวังมากเกินไปไงแล้วพอเขาไม่เป็นอย่างที่แกคิด แกก็เจ็บ มันก็จริงนะ จริงมาก ๆ เลย เพราะฉะนั้นถ้าจะรักก็รักไป แต่อย่าไปคาดหวังอะไรไง?? เหมือนคำที่ว่า ก็มีแต่ใจให้ไป ไม่คิดอะไร ก็อยากให้เธอเข้าใจและลองรับดู อย่างที่สองที่เราร้องไห้คือ เวลามันไม่มีแล้ว เหลืออีก ยี่สิบวันเต็ม ๆ เราก็คงทำอะไรให้คืบหน้าไม่ได้แล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้ไง เราไม่ใช่ไม่ทำนะ แต่เขาไม่ตอบสนองต่างหากเล่า เราก็ส่งข้อความไปบอกเขาแล้วว่า เราชอบเขา ประมาณนั้นอ่า แต่เห็นเขาว่ากันว่ามันโง่ภาษาอังกฤษ ก็จริงนะ แต่มันก็น่าจะรู้เรื่องบ้างสิ ให้ตายสิ เขาคงไม่รับไม่รู้ รึอาจจะรู้แต่อาจจะไม่สนใจก็ได้เนอะ เป็นไปได้หมดอ่าแหละ ส่งไปสิบกว่าครั้ง ไม่เคยตอบก็คิดดูละกัน เหอะ ๆ แล้วจะให้เราทำอะไรต่อได้ล่ะ?? ประเด็นที่สามคือ ไม่รู้เดะ เราทั้งสองยังคงห่างไกลกันมาก ๆ มันมีอยู่ตอนนึง นั่งอยู่ในห้องครัวกันสามคน เขา เพื่อนเรา แล้วก็เรา สองคนนั้นก็คุยกันไปตามประสาเพื่อนซี้ปึ๊ก แต่ทว่า จู่ ๆ อีเพื่อนสุดน่ารักดันลุกไปเปลี่ยนกางเกง เราก็พูดว่า มึงอย่าทำกะกูอย่างนี้นะ มึงจะทิ้งกูไว้กับมันเหรอ??? มันก็บอกประมาณว่า เดี๋ยวมานะจ๊ะ แล้วก็เดินไปเลย รู้ไหม แล้วประมาณว่า ทุกอย่างมันเงียบหมดอ่า เราก็เขินใช่ป๊ะ เหอะ ๆ เขินมาก ๆ เราก็เลยลุกก็ได้วะ แล้วก็ปล่อยมันนั่งคนเดียว ไม่นานเพื่อนเราก็กลับไปนั่ง เหอะ ๆ ๆ อ่านะ แล้วสักพักเราก็กลับไป คือเผอิญทำเนียนไง ฮ่า ๆ ๆ เราทั้งสองมันห่างไำกลกันเกินไปจริง ๆ แหละ รึว่าเรารักษาระยะห่างเองวะ เพราะทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้เรา เราก็เดินหนีอ่า ไม่รู้ว่าทำไม?? บางทีตอนเขาอยู่ใกล้ ๆ เรารู้สึกกลัว กลัวอะไรบางอย่างที่เราก็ไม่รู้อ่านะ ไม่ใช่ประหม่า ทำอะไรไม่ถูก อันนั้นก็อยู่แล้ว แต่ว่าเรากลบเกลื่อนได้ แต่บางทีเรากลัวเขา อาจจะกลัวที่จะต้องรักเขามากไปกว่านี้ก็ได้ เมื่อคืน ตอนเห็นเขา รำคาญยุง โดนยุงกันอะไรแบบนี้อ่า เราก็ภาวนาในใจว่า เนี่ยะ ขอให้ยุงมันมาที่เราแทนได้ไหม??? เราอยากให้เขานอนแบบสบาย ๆ ๆ อ่า ยุงมันก็มาที่เราอ่าแหละ แต่ไม่มาก แต่เราสัมผัสได้ว่า เขานอนไม่สบายทั้งคืนเลย รู้สึกว่าเขานอนไม่หลับ คือนอนไง แต่หลับไม่สนิท เราก็เป็น แต่ว่าเราก็หลับผลอยไปในที่สุด ก่อนนอนเราก็พูดกับเขาว่า เนี่ยะ สำหรับฉันไม่มีอะไรมาหยุดการนอนของฉันได้หรอก ฮ่า ๆ ๆ อะไรแบบนี้ เขาก็บอก ใช่ ๆ ๆ ไม่มีอะไรหยุดเธอได้หรอก????? อ่านะ ขำ ๆ ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วอ่า ก็จบไว้แค่นี้แล้วกันนะ