Ray レイ 的个人资料Mad Ray's Sp@ce*-)照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
5月31日 ไม่รู้ ไม่รู้เลยจริง ๆ มันสับสนไปหมดอ่านะ ก็เมื่อวันที่ 26 ทาง เอเอฟเอส จัดโปรแกรม (เฉพาะในรีเจียนเรา) ไปเที่ยวเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก อ่า แต่คือเพิ่งจะกลับมาจากมอสโคว์ (อันนี้เราไปเอง เหอะ ๆ) เรากลับมาถึงตอน เที่ยงครึ่ง ก็กลับไปอาบน้ำเตรียมตัวเพื่อที่จะไปเซ็นต์ฯ รถไฟออกจากสถานีตอน สี่ทุ่มกว่า ๆ จำเวลาเป๊ะ ๆ ไม่ได้ เราก็อาบน้ำสระผม ไปเดินเล่นที่เซ็นเตอร์ โทรศัพท์เราชาร์ตไว้ที่บ้าน แหะ ๆ ตอนประมาณห้าโมงเป๊ะ ๆ โซเฟียมิสคอลล์มาอีกแหละ คือเรากลับไปตอนประมาณ หกโมงกว่า ๆ อ่า แล้วก็เห็นข้อความแต่เราก็ประมาณว่าเอาไว้ทีหลังแล้วกัน เดี๋ยวก็เจอกันที่สถานีอยู่แล้ววววว....เราก็นั่งรถไปเซ็นเตอร์ ไปหาเพือนเราที่รออยู่ในคาเฟ่อ่า นั่งคุยกันซักสัก ก็ปรึกษากันว่า จะโทรกลับไปดีไหม สักพักเราก็โทรกลับไป เหอะ ๆ พอโทรกลับไปปั๊บ โซเฟียก็ตอบประมาณว่า เฮ้ เรย์ เป็นยังไงบ้าง แต่เสียงรบกวนข้าง ๆ ที่ทักเราอ่า มันเป็นเสียงของเขา เสียงดังมาก ๆ สวัสดี เรย์ ๆ ๆ ๆ บลา ๆ ๆ ๆ หลายรอบมาก ๆ แล้วรู้สึกจะโดนโซเฟียว่ามั๊งก็เลยเงียบ ๆ ไป เหอะ ๆ โซเฟียก็บอกว่าตอนนี้อยู่กับเขา และก็เด็กฝรั่งเศสที่แม็คมาสเตอร์ (Copy MacDonald's) เขาก็ถามว่าเธอจะมาไหม?? เราก็บอกว่า ไปสิ ๆ ๆ คือที่ไปเพราะอยากเจอใครบางคนอ่า เหอะ ๆ ก็เลยลาเพื่อนที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ เดินไปแม็คมาสเตอร์ เพราะมันใกล้ กันมาากกก.....พอเข้าไป ก็เจอเด็กฝรั่งเศสนั่งอยู่ เราก็เข้าไปกอดและทักทาย แต่ไม่นาน จู่ ๆ เขาคนนั้นก็ขึ้นมา ส่วนโซเฟีย ไปเข้าห้องน้ำ พอเขาขึ้นมา เขาก็เดินเข้ามากอดเรา เพราะเรานั่งกันใกล้ ๆ บันได ห้องน้ำมันอยู่ด้านล่าง พอขึ้นมา เจอเราก็กอดกันเลย เหอะ ๆ จะบอกว่าเขาแต่งตัวเสป็คเรามาก เสื้อดำ กางเกงสามส่วนที่เขียวขี้ม้า รองเท้าผ้าใบสีขาวดำ ลายหัวกระโหลก หมวกแก๊บมีปีกสีแดง กรี๊ด ๆ ๆ ๆ จริง ๆ ๆ มันออกแนวร็อค ๆ นิด ๆ อ่า ที่จริงเขาจะออกแนวเซอร์ ๆ มากกว่า ไหงกลายเป็นงี้ได้ อิอิ แต่ก็น่ารักดีนะ เราชอบ แล้วไม่นานเด็กฝรั่งเศสจู่ ๆ ก็ลุกไป ลุกไปเข้าห้องน้ำอ่าแหละ แต่นานมาก ๆ ขอบอกเลย ๆ ๆ ๆ เรากับเขาก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ
เนื่องจากเราไปสอบที่มอสโคว์มา เพื่อเอาใบประกาศว่ารู้ภาษารัสเซีย ที่จริง ไม่ต้องสอบก็ได้ แต่้เขาบอกว่าถ้าอยากเรียนต่อที่นี่ต้องสอบอ่า เราก็เลยนะ สอบก็สอบ แล้วประมาณว่า เราก็ซื้อตั๋วรถไฟนั่งไปมอสโคว์คนเดียวอ่าแหละ แต่ไดเร็คเตอร์ดันไปด้วย เพียงแต่อยู่คนละวากอนกัน แล้วเขาก็รู้ว่าเราจะมา พอรถไฟจอดที่มอสโคว์ปั๊บ เราก็ลง เจ๊แกก็เมจเสจมาบอกว่า ฉันอยู่วากอนห้า รอเธออยู่ เราอยู่วากอนเก้า ไง เหอะ ๆ เดินไปก็เจอแก ก็เข้าไปทักทาย แล้วเราก็นัดเพื่อนเอเอฟเอสไว้ ให้มารับ แต่มันดันหาเราไม่เจอ ไดเราเลยโวยวายใหญ่เลยอ่า หาว่าคุยกันภาษาอะไรทำไมไม่รู้เรื่อง นี่ถ้าฉันไม่มาด้วยเธอจะทำยังไง ด่าเราเป็นชุดเลย แล้วเจ๊แกดันเอาเรื่องนี้ไปบอก เด็ก ๆ ที่ริบิ้น เพราะแกไปคุมสอบไง เหอะ ๆ เรื่องก็ถึงหูเขา เขาก็เลยมาถาม ๆ เราว่าเป็นยังไงบ้่าง อะไรประมาณนี้ แล้วก็เล่าว่า เนี่ยะเจ๊แกบอกว่า เรย์อ่า พอถึงมอสโคว์ปั๊บหาเมโทรไม่เจอ และก็ไม่รู้ต้องทำยังไง??? ไอ้ห่า กูทำได้ ถ้ากูมาคนเดียว แต่กูเห็นมึงอยู่กับกูแล้วจะช่วยกูหน่อยจะเป็นไรไป เหอะ ๆ ให้ตายสิ ยับเลยอ่า
จากนั้นไม่นานก็คุยเรื่องสอบของเรา
"ได้ข่าวว่าไปมอสโคว์มาเหรอ??" เขา "อ่าฮะ ไปสอบที่เอ็มแกอูมาอ่า" เรา "แล้วข้อสอบเป็นยังไงบ้างเหรอ?" เขา "ก็ไม่ยาก ไม่ง่าย แต่เราโง่เองก็เลยทำไม่ค่อยได้อ่า วันแรกจะเป็นสอบข้อเขียนนะ มีอ่าน แกรมมาและก็ฟังอ่า แต่ฟังอ่ายาก เพราะวิทยุที่เปิดให้ฟังมันเป็นเทปเก่า ๆ ข้างถนนก็มีรถเสียงดัง และก็มีเสียงกระดิ่งเวลาเลิกเรียนดัง ส่วนแกรมมาทำได้ ห้าสิบ ๆ และ อ่านแล้วตอบคำถามก็พอถู ๆ ไถ ๆ ส่วนวันที่สองเราไปไม่ทัน เนื่องจากเราไปค้างที่ทเวียร์ เมืองใกล้ ๆ มอสโคว์ นั่งรถไฟ สอง ชม.ถึง แล้ววันนั้นมันไม่มีรถไฟจากเทวียร์ไปมอสโคว์ก็เลยนั่งรถทัวร์ไป ใช้เวลาสี่ ชม.ก็เลยเลท" "เธอค้างที่เทวียร์แล้วนั่งรถไฟไปสอบที่มอสโีคว์เหรอ??" ทำหน้าแบบเครียดเล็ก ๆ "อ่าฮะ เพราะทางเอเอฟเอสไม่หาที่ให้ บ้านเพื่อนที่ใกล้ ๆ มอสโคว์แม่ไม่ให้นอน ก็เลยต้องไปนอนบ้านเพื่อนที่ทเวียร์ แล้วทางเอเอสเอสทีแรกเพื่อนเอาไปปรึกษาโวเลนเทียร์แต่เขาพูดว่า เนี่ยะ มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน มันเป็นปัญหาของเอเอฟเอสที่จะต้องหาที่อยู่ให้เธอเอง แล้วพอเราบอกว่าจะไปค้างที่เทวียร์เขาก็พูดประมาณว่า เนี่ยะ ๆ ๆ ก็หาที่อยู่ให้เธอได้แล้ว แต่เธออยากไปที่นั่นเอง" เราตอบหน้าธรรมดา "แล้วไปสอบเพื่อที่จะเรียนต่อที่นี่เหรอ??" เขาถามเราอีกครั้ง "ไม่รู้สิ สอบเพื่อเอาไปแปะฝาบ้างมั๊ง ว่ารู้ภาษารัสเซียอ่า" เราตอบแล้วเขาก็หัวเราะนิด ๆ ๆ เราพูดต่อ "แล้วเมื่อคืนเราไปนอนที่สถานีรถไฟมานะ" "นอนที่สถานีรถไฟเหรอ?? ทำไมล่ะ??" เขาถาม "ก็เพราะว่าหลังจากที่เลทจากสอบก็ไม่มีรถไฟกลับเมือง ทางเอเอฟเอสบอกให้นั่งรถกลับไปเทวียร์แล้วค่อยกลับยาโรฯ แต่เราไม่ต้องการก็เลยนอนที่สถานีรถไฟ" เราตอบหน้าตาย ๆ แต่ก็หลบตาเขา นึกภาพ โต๊ะ มีสี่ที่ นั่งคุยกันสองคน เขานั่งมองตาเรา เราก็มองหน้าเขา แต่ก็แอบหลบนิด ๆ บางที เพราะตาเขาสวย แต่จริง ๆ แล้วคนเราเวลาคุยกันมันก็ต้องมองหน้า รึไม่ก็มองตาอ่าแหละ "แล้วนอนที่ไหนยังไงเหรอ??" เขาถามต่อ "ก็สถานีมันจะมีสองชั้น ก็เลยขึ้นไปนอนข้างบน เพื่อนบอกว่า เรย์ เธอไม่ใช่ซุปเปอร์เกิลร์นะ มันอันตรายมาก ไม่กลัวโดนทำร้าย รึโดนปล้นเหรอ?? ไปหาห้องพักนอนเหอะ แต่ว่าเราไม่อยากจ่ายตังค์อ่า ก็เลยนอนข้างนอกดีกว่า" แล้วเขาก็ยิ้ม ๆ ไม่รู้เดะ จำไม่ได้แล้ว แล้วก็คุยเรื่องครอบครัว กันต่อ เพราะว่าแม่เขาโทรมา ว่าอยู่ไหนเหรอ??? แม่รัสเซียนะ เพราะครอบครัวเขาไปบ้านพักกัน (บ้านพักมันเอาไว้ปลูกผัก มันฝรั่งอ่า คนรัสเซียส่วนใหญ่จะอยู่แฟลต) แล้วเขาก็เล่าให้ฟังว่า "เนี่ยะ ตอนที่เขามีค่ายเนี่ยะ แม่และครอบครัวชอบไปบ้านพักกัน ตลอดเลย แปลกดี ทุกครั้งเลย ไม่เข้าใจ แต่ก็ดีแล้ว เพราะมันสะดวกสำหรับเรานะ ที่จะเตรียมข้าวของเพื่อจะไปค่ายเองอ่า" เขาพูดหน้าย้ิม ๆ "แปลกจังแฮะ" เราตอบ คุยกันประมาณ สิบถึงสิบห้านาที มารีและโซเฟียก็ขึ้นมาอ่า แล้วโซเฟียก็ถามเราบ้าง เราก็จะเล่าละเอียดเพื่อขยายความนิดหน่อย แหะ ๆ ขี้เกียจอัพต่อแหละ เหอะ ๆ แต่คือ อันนั้นมันก่อนไปเซ็นต์อ่า วันที่ยี่สิบหก เดือนนี้แหละ เหอะ ๆ กลับมาเมื่อเช้านี้เองตอนตีห้า เหอะ ๆ คือเราไม่รู้จริง ๆ ไงว่าควรจะทำยังไงต่อ คือมันเหลืออีกแค่ ยี่สิบแปดวันเอง เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ แล้ว มันตลอดไปที่จะไม่ได้เจอกันแล้ววววว....เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะรักเราซะด้วย ส่วนเราก็ไม่ทำอะไรให้มันคืบหน้า เพราะมัวแต่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ส่วนเขาก็ไม่เคยสนใจ และแคร์เราเลย เหอะ ๆ คุยกันก็ยังแทบจะนับครั้งได้เหมือนเดิม ก็ถ้าวันนั้น มารี และโซเฟียไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำ เราก็คงจะไม่ได้คุยกันเลย หลายครั้งนะ เขาพยายามคุยกับเรา แต่เราก็ไม่รู้จะคุยอะไรตอบ จนเขาชักไม่กล้าเข้าใกล้เราแล้วอ่า เราสัมผัสได้ สุดท้ายเราก็เสียใจ แล้วก็น้อยใจ ทั้ง ๆ ที่เราทำตัวเอง และทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่มีสิทธ์ด้วย เฮ้อออออ..............แต่มันก็ชัดเจนแล้วอ่า ว่าเขาก็ไม่ได้อะไรไงใ ห้ตายสิ พูดทีไรแล้วจะร้องไห้ทุกที มันเจ็บหนืด ๆ ที่หัวใจจริง ๆ นะ เรารักเขาจริง ๆ เหรอ??? ไม่รู้สิ จะรักรึจะหลงค่ามันก็เท่ากันเพราะเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเราอยู่ดีแล้วสุดท้ายเราทั้งคู่ก็จากกันไป เขาก็ลืมเรา เราก็ลืมเขา ทุกอย่างจบ เราตื่นจากความฝันจริง ๆ
5月15日 เหมือนจะใช่ปาฏิหารย์คือว่า "อกหัก" จริง ๆ แล้ว หลังจากที่ไม่ได้เจอกันประมาณเดือนกว่า ๆ พอเจอกันอีกที เราเคยคิดไว้ว่า ถ้าเขาชอบเราจริง เขาต้องดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอเราแน่ ๆ และนั่นก็เป็นสาเหตให้เราเข้าใจแล้วว่า "เขาไม่ได้ชอบเราไง" เหอะ ๆ อันนี้มันเรื่องจริงเลยแหละ เพิ่งเจอกันไปเมื่อวันที่ 10 อ่า ก็ อ่านะ คือ เพื่อน ๆ เขาจากสวิสมาเที่ยวรัสเซีย คล้าย ๆ กับลูกทัวร์ไรประมาณเนี่ยะ แต่เป็นวิธีของการล่องเรือเที่ยวทั่วรัสเซียอ่า เขาก็เลยถือโอกาสไปกับเพื่อน ๆ เลย แล้วเผอิญ วันที่ 10 พ.ค. อ่า เรือมันมาจอดเทียบท่าที่เมืองเรา ก็เลยได้เจอ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เหอะ ๆ
อ่านะ ที่ว่าเหมือนจะใช่ปาฏิหารย์ รึ บางทีเราอาจจะคิดไปเองก็ได้นะ ไม่รู้เหมือนกันสิ มันเริ่มจาก เมื่อวันที่ 7 ก.พ อ่า คือหลังจากที่เราได้รู้ว่าเขาบอกว่าเขาชอบผู้หญิงคนอื่น เราก็เลยอกหักใช่ป๊ะ เขาพูดประมาณว่า ผู้หญิงคนนั้นน่ารักดี คือ ผญ.คนนี้มาชอบเขา แล้วก็ตามตื้อเขามาตลอด คือต้องบอกว่าสวยด้วย เพราะ "บาร์บี้" รัสเซียไง ทีแรก เขาบอกว่าเขาไม่ชอบเพราะว่า "นึกว่าเป็นพวกบิช" อะไรประมาณนี้ สักพัก พอรู้จักไปเขาบอกว่า "น่ารักดี" ก็ชอบอ่าอะไรประมาณนี้ พอรู้ได้อย่างนี้ปั๊บ เราก็ร้องไห้ นอนไม่หลับทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไม่ไป โรงเรียน เราไปโบสถ์แทน เืพื่อไปขอให้พระเจ้าช่วย ให้ "ตัดใจได้" อะไรประมาณนี้ เพราะไม่ไหวแล้ว ช้ำ จริง ๆ ทีจริงมันตั้งแต่หลัง คริสมาสแล้วอ่า แต่เราไม่เข็ดไง ก็เลยมาเป็นอีกก่อนวาเลนไทน์ หึ ๆ ๆ อ่านะ เราก็ไปร้องไห้ต่อแท่นบูชาเลย (ดูเอาละกัน ไอ้ส้มเป็นเอามากอ่า) เหอะ ๆ แล้วพอกลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่า เพื่อนรัสเซียของเรา ที่ไม่ค่อยจะส่งข้อความ ไม่ได้ค่อยจะติดต่อกันเท่าไร ส่งข้อความมาบอกว่า "อีก สิบ วันข้างหน้า คุณจะถูกนัดหมาย ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเธอจะเจอคนที่เธอชอบ ถ้าส่งข้อความนี้ไปให้เพื่อน ผญ. อีก ห้า คน" เราก็ประมาณว่า ส่งอะไรมาฟระ??? ออกแนวไร้สาระนิด ๆ แต่ด้วยความที่กำลังช้ำ ๆ เผื่อจะมีปาฏิหารย์เราก็เลยส่งไป แล้ววววววววววว.....เชื่อไหม??? อีก สิบ วันต่อมา มันเป็นวันที่ 17 ก.พ. วันเสาร์ มันเป๊ะ ๆ ๆ ๆ คือ "คนที่เราชอบ" มาเมืองเราจริง ๆ เพราะ คือ วันนั้น โวเลนเทียร์ จากประเทศชิลี มาดูงานที่เมืองเราอ่า ทางโวเลนเทียร์และไดเรคเตอร์ก็เลยชวน พวกที่อยู่เมืองเรา มีเรา โซเีฟีย วาเลเรีย ไปพบ แต่ไอ้พวกเมืองอื่นนี่ไม่รู้ว่ามายังไง มี ราบาน (เด็กเยอฯ) ฟรานเชสโก (เด็กอิตฯ) และ คน ๆ ๆ นั้น (สวิสฯ) สำหรับฟรานอ่า เรารู้ว่าเขาจะมา เพราะโซเฟียบอก แต่คนอื่นเราไม่รู้ แล้วพอถึงเวลานัดใช่มะ?? เราก็ไปถึงคนแรก ก็ไปเจอวาเลเรีย คือเขานัดกันที่ โรงละครอ่า เราก็ไป แล้วก็ยืนรอกับ วาเลเรีย ในโรงละคร ใกล้หน้าต่าง แล้ว เพื่อนเราก็ส่งข้อความมาว่า พรุ่งนี้วันปีใหม่จีน ทำความสะอาดห้องด้วย ไม่งั้นโชคลาภจะหายไป อะไรประมาณนี้ แล้วพอเราเงยหน้าจากข้อความเพื่อนเรา รู้ไหมว่าเราเห็นอะไร เราเห็นเขาเดินมาตรงหน้าต่างที่เรายืนอยู่ คนแรก และคนเดียวด้วย เพราะหน้าต่างมันเป็นหน้าต่างยาว ๆ เล็ก ๆ ๆ กว้างประมาณ สองฟุตอ่า แล้วพอเงยหน้าจากข้อความ มันเป๊ะ ๆ เจอพอดี เราก็ตกใจ เฮ้ย มึงมาด้วยเหรอ??? อะไรประมาณนี้อ่า เหอะ ๆ คือแบบ แต่พอเราเห็นเขาเราก็ไม่สนใจใช่ป๊ะเราก็อ่านข้อความ และก็ตอบข้อความเพื่อนเราก่อนเลย เหอะ ๆ แล้วไอ้ที่ว่าเห็นคนเดียวอ่า สักพักก็เห็นคนเดินข้าง ๆ มัน มี โวเลนเทียร์ ราบาน และก็ โวเลนเทียร์จากชิลี เหอะ ๆ แบบ เหอะ ๆ นั่นแหละ แล้วพอเจอกัน เราก็ยิ้มให้เขาใช่ป๊ะ แต่เรายังตอบข้อความเพื่อนไม่เสร้จ เราก็เลยยิ้มให้ พอตอบเสร็จเก็บมือถือลงกระเป๋า เราก็เงยหน้ามองอีกที ก็เห็นเขายืนยิ้มให้แล้วก็วิ่งเข้ามากอด (อันนี้ตามภาษาเพื่อน ไม่มีอะไร) พอกันกันเสร็จก็ถามว่าเป็นไงบ้างไรประมาณนี้อ่า แล้วเราก็ไปทักทาย ราบาน (เด็กเยอฯ) กอดกัน แล้วพวกเราก็ไปสมาคมภาษาอังกฤษอ่า ไม่รู้จะเรียกอะไร มันคล้าย ๆ สมาคม แต่มันเหมือนที่เรียนพิเศษมากกว่า เออ ๆ ๆ สถาบันอะไรนั่นแหละ แล้วก็จบ ตกดึกก็ไปดิสโกกัน เราไปดิสโก ไปทำอะไรรู้ป๊ะ เราไปนั่งเฉย ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ จบ ๆ ๆ ๆ เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ไม่รู้สิ ที่น่าพิศวง คือ อีก สิบวัน แล้ว มันสิบวันพอดี ๆ เป๊ะ ๆ ๆ แล้วได้เจอกันคนที่เราชอบใช่ป๊ะ ๆ ๆ เป๊ะ ๆ ๆ ๆ เหอะ ๆ แปลกเนอะ มันอาจจะบังเอิญอ่า แต่มันบังเอิญแบบเป๊ะ ๆ ๆ จริง ๆ
เรื่องที่สอง คือไอ้ที่เจอกันเมื่อวันที่ 10 พ.ค. อ่า คือทีแรก เราตั้งใจจะไปมอสโคว์ วันนี้เป๊ะ ๆ ๆ หลังจากที่เราขอไดเร็คเตอร์แล้วเมื่อวันที่ 18 เม.ย กว่า ๆ แต่หลังจากนั้นเราไปไม่ได้เพราะวันเกิด ฮิตเลอร์ และ สตาลิน อ่า เขาบอกว่า คนเอเชียอาจจะถูกทำร้ายอ่า ถ้าไป เลย ไม่มีใครอยากออกจากบ้าน เราก็เลยไม่ได้ไป รู้สึกจะ 20-22 อ่า ก็เลยไม่ได้ไป อาทิตย์หน้าคือ 28-29 อะไรประมาณนี้คือไปไม่ได้เพราะ เราจะไปค้างบ้านเพื่อน แต่เพื่อนไปเข้าค่าย แล้วจะกลับประมาณวันที่ 5 พ.ค. เราก็เลย เออ ๆ ๆ งั้นวันที่ 10 กูไปแน่ ๆ ๆ คือ แบบเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยมากเลย คือคิดว่าได้ไปแน่ ๆ ๆ อ่า แล้ววันจันทร์ที่ 7 มั๊ง คือคาดไว้ว่าน่าจะไปซื้อตั๋วรถไฟได้อ่า แพลนไว้อย่างดีเลย หลังจากนั้นก็โทรบอกเพื่อนอะไรแบบนี้อ่า แต่ตอนเย็น ๆ ดึก ๆ ของวันจันทร์ดันเกิดมีปัญหาคือ ไดมอสโคว์ กับโวเลนเทียร์ดันไม่อนุญาติซะงั้น เขาบอกประมาณว่า ไม่รู้เรื่องเลย ดังนั้นวันที่ 10 เธอมาไม่ได้อะไรแบบนี้ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม? หลังจากนั้นวันอังคาร อาจารย์ใหญ่ก็นัดเราไปคุย บอกว่าไดเร็คเตอร์เราไม่อนุญาติ เพราะแม่เพื่อนเราไม่ให้นอน คือ แบบว่า อะไรวะ?????? แม่เพื่อนบอกแค่ประมาณว่า "มันหลายวันจังนะ" อะไรประมาณนี้อ่า แล้ว ไดมอสโคว์บอกไม่ได้คุยกับไดเรา แต่ไดเราบอกคุยกับไดมอสโคว์แล้ว ไอ้ห่า ดูดิ อะไรก็ไม่รู้ สุดท้่ายเราก็ไม่ได้ไป แล้ววันที่ 10 คน ๆ นั้นเขาก็โทรหาโซเฟีย บอกว่า เนี่ยะอยู่ยาโรฯ นะ มาเจอกันหน่อยได้เปล่า??? ประมาณนี้อ่า แล้วโซเฟียนะ โซเฟีย บอกเราว่าเนี่ยะ ตอนนี้จูเลียโนอยู่ที่ยาโรฯ นะ กับเพื่อน ๆ สวิส เนี่ยะ เราจะไปหาเขากับเพื่อน ๆ นะ แต่เธอก็ด้วยเรย์
!!!!ไอ้ห่า แล้วมาเจอไรกันตอนนี้ เราก็นะ เฮ้ยกูจะไปดีไหมวะ สุดท้ายก็ไป คือไอ้ที่เหมือนกับปาฏิหารย์คือ เรือของเขา มาจอดที่เมืองเราพอดิบพอดี แค่วันเดียวด้วย กับที่เราต้องการจะไปมอสโคว์คือ ไม่มีใครรู้ว่าเรือจะมาจอดวันที่ 10 เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาวันนี้ด้วย คือใจนึงคิดจะไปดีไหม?? ไปทำอะไรเล่า??? ไปก็ต้องไปอยู่แค่ตัวคนเดียวเพราะ เขาพูดอิตาเลียนได้ อยู่กับเพื่อนจากประเทศเขาเขาก็พูดเยอฯ เฮ้อออ.....สุดท้ายก็โดนโซเฟียลากไป เขาพูดประมาณว่า "ยา ปาอีดู, เรย์ ตึย โตเช!" มันประมาณว่า เราจะไปนะ เรย์ เธอก็ด้วย อะไรแบบนี้อ่า ทำไมไม่ถามวะว่า จะไปด้วยกันไหม จูลี่อุตส่าห์มานะ เปล่าเลย ให้ตายสิ อ่านะ ๆ ๆ คือเราใจจริงแล้วไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไรอ่า ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก ดังนั้นก็เลยไม่ได้พูดอะไร ก็เลยปล่อยเลยตามน้ำ เลยตามเลย แล้วเราก็ไม่คิดว่าจูลี่มันอยากจะเจอเรามากไปกว่าที่อยากจะเจอโซเฟีย และวาเลเรียอ่า แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ดังนั้นเราก็อกหักไง แล้วเราก็แอบน้อยใจพระเจ้าว่าทำไมทำกับเราแบบนี้ ถ้าไปเจอก็น่าจะมีความสุขสิ แต่แบบนี้เจอก็เหมือนกับไม่ได้เจอ เราก็เลยเสียใจแล้วก็นั่งร้องไห้ เข้าข่ายเดิม ที่จริง เราควรเข็ดตั้งนานแล้ว แต่ดันไม่เข็ด ยังคิดยังฟุ้งซ่านไปได้ ก็สมควรและเนอะ เหอะ ๆ สุดท้ายก็ไม่มีไรแล้วแหละ คล้าย ๆ ปาฏิหารย์มั้งนะ เหอะ ๆ 5月8日 Chrestfallen girl Vs Futureless guyอกหัก ก็เลย กลายเป็นแม่สาวคอตกไป
นอกจากอกหักแล้วก็ยังไร้อนาคตอีก เนื่องจาก เอเอฟเอส รัสเซีย ไม่ให้เดินทาง ไปไหนมาไหนคนเดียว เรื่องมีอยู่ว่า เรื่องที่ส้มตัดสินใจเลือกที่จะมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศรัสเซียคือ "อยากได้ทุนเรียนต่อที่มหาลัยที่นี่" แม่เคยบอกว่าเคยดูโทรทัศน์ ท่านทูตบอกว่ารัสเซียอ่า มีทุนเยอะมาก แต่เด็กไทยไม่ค่อยมีใครสนใจกัน เราก็เลยคิดว่า ถ้าเราได้ตรงนี้ เราก็จะมีโอกาสที่ดีในชีวิตมากขึ้น เราก็เลยตัดสินใจมาเป็นเอเอฟเอส รัสเซีย เพื่อ "ภาษา" แต่ใครจะไปคิดว่าชีวิตเรามันจะแย่ขนาดนี้ ที่นี่ตั้งแต่อยู่มาหาความสุขแทบไม่ได้ จริง ๆ มันควรจะเป็นนะ ก็เดือนแรก ๆ อ่า เพราะยังปรับตัวไม่ได้ แต่จนถึงทุกวันนี้เราก็ยังปรับตัวไม่ได้อยู่ดี เหอะ ๆ สามเดือนแรก เราก็ร้องไห้เพราะเราคิดว่าเราเสียเวลาไปฟรี ๆ หนึ่งปี เพื่ออะไรก็ไม่รู้ ห้าเดือนต่อมาเราก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ จนถึงทุกวันนี้เลยแหละ หึ ๆ ไม่แน่ว่าตอนกลับ รึกลับไปแล้ว เราก็จะรู้สึกว่ามาทำไมที่นี่อยู่ดี เสียดายเวลาเข้ามหาลัยจริง ๆ กลับไป เราก็ไม่รุ้ว่าชีวิตจะไปทางไหนดี เฮ้อออ......ทุกทางก็คือเราก็เสียเวลาอยู่ดี สวรรค์ให้ทางเลือกเรามาเพียงแค่ สามทางเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่นเลย หนึ่งคือ "เข้า ม.เอกชน" ถามว่าเราอยากเข้าไหม??? คำตอบคือ "ไม่" เราไม่ได้ดูถูกนะ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบ ระหว่างเด็กที่จบ มาจาก ม.เอกชน กับ ม.รัฐบาล เวลาไปสมัครงาน เขาจะพิจารณาใครมากว่ากันล่ะ??? คำตอบง่าย ๆ รู้เลย ถึงแม้ว่า เด็กที่จบจาก ม.เอกชน อาจจะเก่งกว่า แต่เขาจะรู้ได้อย่างไร พิจารณาเกรดเฉลี่ย เหรอ??? มาตรฐานการให้เกรดมันเหมือนกันทั่วประเทศรึเปล่าล่ะ??? เหอะ ๆ
สองคือ ซ้ำชั้นไง ฮ่า ๆ ขอโทษทางนั้นอ่า เราไม่เลือกแน่ ๆ แน่ ๆ นอน ๆ เลิกคิดไปได้เลย อะไรที่พูดไปแล้วว่าเราไม่ทำ เราก็จะไม่ทำ สามคือ รอเอนท์ ปีหน้า หึ ๆ แล้วคิดว่าถ้า รอเอ็นท์ ปีหน้า โอกาสที่เราจะติดมีร้อยเปอร์เซ็นต์รึไง?? เหอะ ๆ พยายาม พยายาม จะต้องพยายามไปถึงเมื่อไรกัน โอ้ยยยย............ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ตอนนี้ตังค์ก็หมดแล้วด้วย เหอะ ๆ ตั้งแต่ ก.พ.มา เราใช้ตังค์เกินเหตุไปจริง ๆ อ่าแหละ เฮ้ออออออออ...........ต้องหยุดใช้ตังค์จริง ๆ แล้วแหละ ให้ตายสิ หมดไปกับโครงการนี้ เกือบ ๆ หกแสน แล้วนะ เซ็งว่ะ สงสารครอบครัวเราจริง ๆ เราจะไม่ใช้ตังค์สุรุ่ยสุร่ายอีกต่อไป นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์กับความโง่ของเรา เหอะ ๆ จำไว้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เซ็ง ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีตังค์แล้วววววว จน เครียด กินเหล้า กรี๊ดดดดดดดดดด.........ชีวิตย่ำแย่ หึ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีความสุขเลยจริง ๆ เซ็งเว้ยยยยยยยยยยย...............อกหัก ไม่มีตังค์ และ ไร้อนาคต ทำไมชีวิตมันย่ำแย่อย่างนี้ฟระ????? ให้ตายสิ แม่บอกว่า จะส่งให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วตังค์อ่า เหอะ ๆ ดีเหมือนกัน จะกลับอยู่แล้วล่ะวะ ให้ตายสิ
5月7日 Can't stop. Gotta relieve this feelings out!!!!Haven't seen him for a long time, Since Apr. til now. All my feeling has oppressed inside of my heart hrrr::::Accepting I miss him, I miss him til my heart will be shattered!!! I'm anguishing and pining so much. T_T According to me I'm one of his friend but his close friend. So why must he miss me??? There's no reason for this.
It's impossible! So I CANT STOP THIS FEELING!!!!
Our time is near the end now! We've a time just only 1 month remains but an opportunity to see him again is like the oil {the valueble source of this world} Still not exist any longer. One day will be used up! Yes our time just likes that. I've realized about this for along timeee...Now we've only about 40 more days remain and the opportunity to see each others again is just maximum 10 days and minimum 1 day. I mean "THE LAST DAY" This's about my thought but I dun know exactly about these all. After that day, well It's about forever that we can not meet and see each others again..............So sad!!!!!!!!!!!!!
The time is in front of my face reminds me what to do before we'll be away from this place.......Russia...........
Now he's my weakest point. He can call my tears from the inside of my heart the most, He can drag me down to a sorrow. Accepting, I'm anguishing about him so much. I've never ever been like this before i met him. So it'll be my bitter lessons. Now i've a loneliness to be my best friend and I'm looking forward to see you over and over again.
Many people said and asked me "What has he done with you?" "Did he give you some enchanting drugs?, Didn't he"
"Why have you been so crazy about him like this?" And you know?? What did i say to those people back??
ha ha ha I said them back "According to him, I don't think that those drugs will be important for him. He doesn't need them!
Cuz just only his beautiful face, his pretty habit and his nice merits, They are the best wonderful weapon from the heaven that make all girls enchant and crazy about him!!!!! Am i right??? Yes, Look at me!!! and you'll understand why. ha ha ha Then i've tried so hard to restraint about him to stop all this feeling , Can somebody help me??? Ah!!!! I'll show my new poem ha ha ha
I've been creating many poems about him cuz I miss him til I'll become a Poet
Cuz I'm a daughter of Robert Burns {Scottish poet who composed "Auld Lang Syne"}
And I learn these all from William Shakespear {English playwriter, his master piece is Romeo and Juliet}
All poems that I hear from George Byron Gordon {English Poet}
I'll remember in my heart to forward to my dear............
Okay Let's see!!!!!!!!!!!!!
Pining And Paining
"So far, Gone far for long time and miles;
As stars had ever shined now fading out.
I had ever gazed, relized those all for a whilst;
What was I pining about?
O, Dear, I could find my answers in the stars;
They'd be so beautiful if without all my pain.
We were far away in two parts then pined so far,
For over and over again and again.
That was the more I pined, the more i pained:
Pining from someone whom I missed,
Paining from that one who was just friend.
O those seemed like my life's light never lit.
Along this way seemed my love was over;
As furthest couldn't pretend to be near,
Though these caused me not better,
Pining, Paining those all for a year."
Ray Charlotte
5月2日 The Fear, The time and The windThe fear, The time and The wind;
Once upon the time;
Along the rhyme of the fear.
The hearbeat I could hear;
Cos one year would be ended.
The lawn that I could sit;
That's slitted my pains for a whilst.
And I gazed into the sky;
So, It was not a lie just a truth.
Whispered all my tolerates;
To the faded shines of stars.
I missed someone so far;
All my scars were revealed.
That one was so different;
Cos my sense remind me though.
As everything could not hold;
And also as I know that one was so high.
For all the time acted like the tide;
And the wind would not return.
Thougt Loving, Living to learn;
All for earning my heart continued.
Love was not just to feel;
It was new that I'd known.
Love was not only from my own;
Love got the heart flown away.
For all my way that I had left;
I kept your face in my heart.
Your merits I would not disregard;
And these would be all the last I'd tell.
For your blue eyes that hold on my love;
Even if It was high above from my head.
From then on my love I could face;
I regret'd all the things that I had done.
I apologized by none of reasons;
For the things I'd ever done you before.
If you didn't like til' you're bored;
Then I were sored for these anyway.
For all the fear that made me fall;
And the time that's all became everything.
For the wind that blew everlasting;
I would try to think no more.
For all my love o my dear;
Still my fear was not flying away.
Still concealing in my heart everyday;
Always all ways in all days without you.
For all the time too, my dear;
Well, I prayed to conquer all my pain.
The time had passed and passed me again;
But my brain still had only picture yours.
For all the wind too; my dear;
Could you hear it blow?
Is it too slow? in the heart's flow;
My heart would not glow among my fear.
Finally I would like you to hear;
We would not be here 80 days more.
Finally I would like to pray anymore;
God, Helped me to lay my love down on you eternal.
Ray Charlotte
5月1日 คิดถึง คิดถึง คิดถึงจริง ๆคิดถึง คิดถึงมาก คิดถึงเด็กคนนั้น อสอง เคยบอกตรง ๆ ว่า เคยบอกไว้เลยว่าจะไม่ชอบ และไม่มีวันชอบ ไม่มีวันรัก ไม่มีวันเอาผู้ชายที่เด็กกว่ามาเป็นสามีเด็ดขาด แล้วตอนนี้ กลับมี "รักแรก" กับ เด็กผู้ชายที่เด็กกว่า ถึง หนึ่งปี ห้าเดือน เหอะ ๆ ชอบแบบ ชอบมาก ๆ ไม่รู้สิ ไม่ได้เจอกันมาเดือนนึงแล้วคิดถึงแทบจะขาดใจตาย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้ เหอะ ๆ คิดถึงมาก ๆ จริง ๆ แต่โอกาสที่จะได้เจอกันมันมีน้อยลงทุกที ๆ ๆ ๆ เดือนนี้จะได้เจอกันอีกทีตอนปลาย ๆ เดือน เดือนหน้า ก็ต้น ๆ เดือน และก็ก่อนกลับ สองวัน แล้วจากนั้นนนนน........ตลอดชีวิตก็ไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว ตลอดไป เขาก็เคยพูดว่าเขาจะมาเมืองไทย แต่?? เราจะได้เจอกันไหม ตอนนั้น?? ถึงเจอกัน เราก็คงไม่คิดกับเขาแบบนี้แล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้ เฮ้ออออ............ที่คิดถึงก็คงจะเป็นอ้อมกอดนั้นแหละ ถึงจะกอดกันตามมารยาท (เป็นแค่เพื่อน) แต่รู้ไหมว่ามันอบอุ่น สำหรับเรา ไม่รู้นะ เขาเจอหน้าเราทุกครั้งเขาก็วิ่งเข้ามากอดเราทุกครั้ง จริง ๆ แล้วมือที่เคยสัมผัสนั่นอีก โอ้ยยยยยยย.............ไม่ไหวแล้ว รู้ไหม เราจับมือกันบ่อยมาก ๆ อ่า ฮือ ๆ ๆ จับแบบ เหมือนจะไร้สาระ แต่ก็ไม่ไร้สาระนะ คือมันมีเรื่อง เหอะ ๆ คิดดู จับมือกับผู้ชายมาก็ตั้งมากมาย แต่ทำไมพอจับมือกับผู้ชายคนนี้ มันรู้สึกเขินอาย บอกไม่ถูก รู้สึกดี รู้สึกมีความสุข แต่เขาคงไม่ได้คิดเหมือนเรา เรารู้ พวกฝรั่งเขาไม่คิดอะไรไง ทำไมน้าาาาาา..............คิดว่าความห่างจะทำให้เราเลิกคิดถึงเขา ลืมเขาได้ แต่ทำไม? มันยิ่งทำให้เราคิดถึงเขาหนักเข้าไปอีก คิดถึงทุกอย่าง ใบหน้า รอยยิ้ม (ที่มีเพียงน้อยนิด) อ้อมกอดที่อบอุ่น มือแข็งแรงเรียวยาว ฮือ ๆ ๆ และที่หนักเข้าไปอีก ไอ้ดวงตาสีฟ้าสวยสดใสนั่นอ่า มันดึงดูดเราตั้งแต่ครั้งแรกที่พบนะ ดวงที่ตาที่จ้องมองมา มีความคิดหลายอย่าง ที่ไม่อาจคาดเดาได้ หลายความรู้สึกมันอยู่ในนั้น เขาไม่ค่อยจะแสดงออกทางสีหน้าในบางอารมณ์ ต้องจ้องตาจึงจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่อาจเดาได้ว่าเขาคิดอะไร เสน่ห์มันก็คือ "น่าค้นหา" แบบนี้นี่เองที่ทำให้เราหลงหัวปักหัวปำ เราไม่ใช่คู่รัก........
มันดูเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน เคยคิดจะเลิกหลายรอบ แต่พอเห็นหน้าปั๊บ เปลี่ยนความคิดทันที ความดีที่เขาทำให้เราจะไม่ลืม จริง ๆ ว่าแล้วก็คิดถึง รอยยิ้มที่อบอุ่น เวลาเขายิ้มแล้วโลกทั้งใบมันสดใสจริง ๆ นะ เขาเคยยิ้มให้เราด้วยนะ อิอิ (เขาก็เคยยิ้มให้ทุกคนแหละ) แต่เขาก็เคยยิ้มให้เราด้วย ก็ดีใจสิ ยิ้มตอนเจอหน้า แล้วก็วิ่งเข้ามากอด อิอิ น่ารักเนอะ (นั่นเพราะเรายิ้มให้เขาก่อน แล้วที่มากอดเพราะทักทาย ตามภาษาเพื่อน) สุดท้าย ลืมแต่งกลอน ซะงั้น เอาเป็นว่า คิดถึง คิดถึงจริง ๆ อยากเดินเคียงข้างเธอ อยากจูงมือของเธอ ก็เฝ้าฝันเพ้อไปวัน ๆ อยากบอกว่ารัก รักเธอรักเธอ มากขึ้นทุกที ไม่มีน้อยลง สักวัน แต่ว่าฉันไม่เคย ไม่เคย ไม่เคยพูดไป กลัวเธอไม่เหลือ รักไว้ให้ฉัน (เป็นแค่เพื่อนกันก็ดีว่ะ) ได้แต่เก็บรักนั้นไว้ในใจ
|
|
|